ข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้บริการกรุงศรีบิซออนไลน์
(เงื่อนไขนี้ให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่
23 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป)
ข้อกำหนดและเงื่อนไขทั่วไป
1. บริการ Krungsri Biz Online ซึ่งต่อจากนี้จะเรียกว่า "บริการกรุงศรีบิซออนไลน์"
เป็นการให้บริการของธนาคารทางเครือข่ายอินเตอร์เน็ต (Internet) เพื่ออำนวยความสะดวกในการสอบถามยอดคงเหลือในบัญชี
สอบถามรายการเคลื่อนไหวในบัญชี โอนเงินระหว่างบัญชีของตนเองภายในธนาคาร
โอนเงินไปยังบัญชีบุคคลอื่นภายในธนาคาร โอนเงินบุคคลอื่นต่างธนาคาร
โอนเงินต่างประเทศ สอบถามสถานะเช็ค อายัดเช็ค ชำระค่าสินค้าหรือบริการ การขอออกหนังสือค้ำประกันของธนาคาร
และให้บริการข้อมูลด้านธุรกิจการเงิน เป็นต้น
2.
บัญชีหลักและบัญชีรองของผู้ใช้บริการจะต้องมีชื่อเจ้าของบัญชีเป็นบุคคลเดียวกัน และต้องไม่เป็นบัญชีเงินฝากที่เปิดผ่านช่องทางออนไลน์
หรือบัญชีเงินฝากประเภท “บัญชีร่วม” และบัญชี “เพื่อ” หรือ “โดย”
3. ผู้ใช้บริการที่เป็นนิติบุคคลหรือบุคคลธรรมดาที่มีอายุตั้งแต่
15 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป แต่ไม่เกิน 70 ปีบริบูรณ์
สามารถสมัครบริการกรุงศรีบิซออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ของธนาคาร สาขาของธนาคาร หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
เช่น โทรศัพท์มือถือ หรือแท็บเลต
ที่สามารถเชื่อมต่อกับบริการของธนาคารตามขั้นตอนที่ธนาคารกำหนด โดยผู้ใช้บริการจะต้องกรอกข้อมูลการสมัครใช้บริการให้ครบถ้วนและถูกต้อง
รวมถึงแต่ไม่จำกัดเฉพาะหมายเลขโทรศัพท์มือถือ
ซึ่งจะต้องเป็นหมายเลขเดียวกับหมายเลขโทรศัพท์มือถือที่ผู้ใช้บริการแจ้งไว้กับธนาคารสำหรับบัญชีเงินฝากที่ผู้ใช้บริการนำมาผูกกับบริการนี้
โดยการสมัครจะมีผลสมบูรณ์เมื่อผู้ใช้บริการได้รับข้อความยืนยันการสมัครผ่าน E-mail
Address หรือผ่านหมายเลขโทรศัพท์มือถือที่ผู้ใช้บริการแจ้งไว้กับธนาคาร
4. ผู้ใช้บริการจะต้องกำหนดรหัสประจำตัว
(User ID) และรหัสผ่าน (Password) รวมทั้งรหัสลับส่วนตัว
(PIN) ด้วยตนเองเพื่อเข้าใช้งานระบบกรุงศรีบิซออนไลน์ตามวิธีการและเงื่อนไขที่ธนาคารกำหนด
5. ผู้ใช้บริการสามารถเข้าสู่ระบบกรุงศรีบิซออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ของธนาคารโดยการใช้รหัสประจำตัว
(User ID) และรหัสผ่าน (Password) หรือผ่านแอปพลิเคชัน
Krungsri Biz Online ของธนาคารที่ติดตั้งในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
เช่น โทรศัพท์มือถือ หรือแท็บเล็ต ที่สามารถเชื่อมต่อกับบริการของธนาคารได้
โดยการใช้รหัสประจำตัว (User ID) และรหัสผ่าน (Password)
และ/หรือ รหัสลับส่วนตัว (PIN) หรือโดยการใช้ลายนิ้วมือ/ใบหน้า
ที่ผ่านระบบตรวจสอบลายนิ้วมือ/ใบหน้า (Fingerprint/Touch ID/Face ID) บนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ แทนการใช้รหัสลับส่วนตัว (PIN) หรือผ่านช่องทางอื่นตามที่ธนาคารกำหนดในภายหน้าได้
6.
ในการเข้าสู่ระบบกรุงศรีบิซออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชัน Krungsri Biz Online ที่ติดตั้งในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เช่น โทรศัพท์มือถือ หรือแท็บเล็ต
โดยการใช้ลายนิ้วมือ/ใบหน้า (Fingerprint/Touch ID/Face ID) แทนการใช้รหัสลับส่วนตัว
(PIN)
ผู้ใช้บริการต้องปฎิบัติตามเงื่อนไขของระบบโทรศัพท์มือถือหรือแท็บเล็ต
รวมทั้งขั้นตอนที่ธนาคารกำหนด
7. ผู้ใช้บริการสามารถเปลี่ยนรหัสผ่าน
(Password) รหัสลับส่วนตัว (PIN) และ/หรือเปลี่ยนแปลงการตั้งค่าลายนิ้วมือ/ใบหน้า
(Fingerprint/Touch ID/Face ID) ได้ด้วยตนเองเมื่อใดก็ได้
โดยดำเนินการตามวิธีการและเงื่อนไขที่ธนาคารกำหนด และตกลงให้รหัสผ่าน (Password)
รหัสลับส่วนตัว (PIN) และลายนิ้วมือ/ใบหน้า
ที่เปลี่ยนแปลงนั้น
เป็นรหัสผ่านสำหรับการใช้บริการที่มีผลผูกพันผู้ใช้บริการทุกประการ
ผู้ใช้บริการทราบดีว่ารหัสผ่าน (Password) รหัสลับส่วนตัว (PIN)
และลายนิ้วมือ/ใบหน้า
เป็นข้อมูลลับเฉพาะซึ่งผู้ใช้บริการจะต้องเก็บรักษาไว้และมิให้บุคคลอื่นใดล่วงรู้โดยเด็ดขาดรวมทั้งธนาคาร
8. ในกรณีที่ผู้ใช้บริการเข้าสู่ระบบกรุงศรีบิซออนไลน์โดยใช้รหัสผ่าน
(Password) รหัสลับส่วนตัว (PIN) หรือ
ลายนิ้วมือ/ใบหน้า(Fingerprint/Touch ID/Face ID) ผู้ใช้บริการจะต้องบันทึกรหัสผ่าน
(Password) รหัสลับส่วนตัว (PIN) หรือ
ลายนิ้วมือ/ใบหน้า (Fingerprint/Touch ID/Face ID) ให้ถูกต้อง
หากผู้ใช้บริการบันทึกข้อมูลผิดเกินกว่าจำนวนครั้งที่ธนาคารกำหนด
ผู้ใช้บริการจะไม่สามารถใช้บริการได้อีกต่อไป
โดยผู้ใช้บริการต้องดำเนินการตามขั้นตอนที่ธนาคารกำหนด
หรือติดต่อธนาคารเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนที่ธนาคารกำหนดต่อไป
ในกรณีที่ผู้ใช้บริการไม่ได้เข้าใช้บริการเป็นเวลาเกินกว่าที่ธนาคารกำหนด ธนาคารจะระงับการให้บริการเป็นการชั่วคราวจนกว่าผู้ใช้บริการจะติดต่อมายังธนาคาร
9. ผู้ใช้บริการตกลงให้ธนาคารเปิดเผยหมายเลขโทรศัพท์มือถือที่ผู้ใช้บริการให้ไว้กับธนาคารให้กับผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ
(Mobile Operator) รวมถึงตกลงให้ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ
(Mobile Operator) ตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับหมายเลขโทรศัพท์มือถือดังกล่าวและเปิดเผยผลการตรวจสอบให้แก่ธนาคาร
เพื่อวัตถุประสงค์ในการตรวจสอบและยืนยันตัวตนของผู้ใช้บริการ
10. กรณีที่เป็นการใช้บริการกรุงศรีบิซออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชัน
Krungsri Biz Online ผู้ใช้บริการรับทราบว่าผู้ใช้งานที่ได้รับอนุญาตจากผู้ใช้บริการแต่ละรายจะสามารถสร้างบัญชีผู้ใช้งานในแอปพลิเคชัน
Krungsri Biz Online ได้เพียง 1 บัญชี
และสามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของผู้ใช้งานกับ
แอปพลิเคชัน Krungsri Biz Online ได้เพียง 1 อุปกรณ์เท่านั้น
ในกรณีที่ผู้ใช้บริการประสงค์จะเปลี่ยนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้บริการ
ผู้ใช้บริการจะต้องปฏิบัติตามขั้นตอนและวิธีการของธนาคารภายในเวลาและจำนวนครั้งที่ธนาคารกำหนด
รวมถึงแต่ไม่จำกัดเฉพาะ การยืนยันการเปลี่ยนอุปกรณ์
การระบุข้อมูลเพื่อยืนยันตัวตนของผู้ใช้บริการบนอุปกรณ์ใหม่
และการยกเลิกการใช้งานบนอุปกรณ์เดิม
11. ในการทำธุรกรรมบางประเภทที่อาจเข้าเงื่อนไขที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดให้ต้องมีขั้นตอนยืนยันตัวตนผู้ใช้บริการผ่านช่องทางการให้บริการต่างๆ
ของธนาคารก่อน โดยการใช้เทคโนโลยีเปรียบเทียบข้อมูลชีวมิติ (biometric
comparison) รวมทั้งการนำเทคโนโลยี liveness detection มาใช้ตามความเหมาะสม เช่น ธุรกรรมโอนเงินที่มีมูลค่าตั้งแต่ 50,000 บาท ขึ้นไป ผู้ใช้บริการรับทราบว่า
ในกรณีที่ผู้ใช้บริการทำการยืนยันตัวตนผ่านช่องทางการให้บริการของธนาคารไม่สำเร็จเนื่องจากข้อมูลของผู้ใช้บริการที่มีอยู่กับธนาคารไม่สมบูรณ์หรือไม่เป็นปัจจุบัน
ผู้ใช้บริการต้องไปยังสาขาธนาคารเพื่อปรับปรุงข้อมูลของผู้ใช้บริการเพื่อให้สามารถทำธุรกรรมผ่านช่องทางต่างๆ
ของธนาคารในครั้งต่อไปได้ ทั้งนี้
เงื่อนไขการทำธุรกรรมที่ต้องจัดให้มีการยืนยันตัวตนอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด
12. การกระทำการใดๆ
ผ่านกรุงศรีบิซออนไลน์ หากกระทำโดยใช้รหัสประจำตัว (User ID) รหัสผ่าน (Password) รหัสลับส่วนตัว (PIN) หรือ ข้อมูลชีวมิติ (biometric data) หรือ รหัส One
Time Password (OTP) หรือรหัสอื่นใดที่ธนาคารกำหนด
ไม่ว่าการกระทำดังกล่าวจะใช้เพื่อทำธุรกรรมทางการเงิน เช่น การโอนเงิน การชำระเงิน
หรือใช้เพื่อทำรายการที่ไม่ใช่ธุรกรรมทางการเงิน เช่น การตรวจสอบยอดเงิน
การตรวจสอบรายการเคลื่อนไหวทางบัญชี การให้ความยินยอมในเรื่องต่างๆ เช่น การให้ความยินยอมเปิดเผยข้อมูลต่อบริษัทข้อมูลเครดิต
การให้ความยินยอมในการนำเสนอสินค้าหรือบริการ เป็นต้น
การรับรองความถูกต้องของเอกสาร หรือการสมัครใช้บริการสินเชื่อหรือบริการอื่นๆ
และการกระทำดังกล่าวเป็นไปตามขั้นตอน
วิธีการหรือเงื่อนไขที่ธนาคารกำหนดไว้ในคำแนะนำ คู่มือหรือเอกสารใดๆ
เกี่ยวกับการใช้บริการ ผู้ใช้บริการยอมให้ถือว่าการกระทำนั้นมีผลสมบูรณ์นับตั้งแต่เวลาที่มีการยืนยันทำธุรกรรม
รวมทั้งให้ถือว่าเป็นการที่ผู้ใช้บริการได้ลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ให้ไว้แก่ธนาคารเพื่อเป็นหลักฐานในการทำธุรกรรมผ่านบริการในครั้งนั้นๆ
โดยผู้ใช้บริการไม่ต้องลงลายมือชื่อเป็นหลักฐานในเอกสารใดๆ อีก และตกลงให้สามารถใช้ข้อมูลการทำธุรกรรมดังกล่าวเป็นต้นฉบับเอกสารที่ใช้เป็นพยานหลักฐานในการพิสูจน์ว่าผู้ใช้บริการได้ทำธุรกรรมนั้นและใช้ดำเนินการทางกฎหมายกับผู้ใช้บริการได้
และยินยอมรับผิดชอบในการกระทำดังกล่าวเสมือนหนึ่งว่าผู้ใช้บริการเป็นผู้กระทำด้วยตนเอง
โดยผู้ใช้บริการตกลงยอมรับและรับทราบถึงความเสี่ยงที่เกี่ยวเนื่องกับการใช้บริการผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์เนื่องจากผู้ใช้บริการสามารถทำธุรกรรมด้วยตนเองได้โดยไม่จำเป็นต้องมีเอกสารหรือหลักฐานอื่นใดยืนยันเพิ่มเติม
ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเกิดขึ้นด้วยความทุจริตของบุคคลภายนอกหรือไม่ก็ตาม
เว้นแต่ผู้ใช้บริการไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการกระทำทุจริตดังกล่าว
โดยธนาคาร/บริษัทในเครือ ไม่ต้องรับผิดชอบในข้อผิดพลาดหรือบกพร่อง
หรือความเสียหายใดๆ อันอาจเกิดขึ้นและผู้ใช้บริการจะไม่นำไปเป็นข้ออ้างยืนยัน
และ/หรือใช้เป็นหลักฐานโต้แย้งหรือฟ้องร้องต่อสู้กับธนาคาร/บริษัทในเครือแต่ประการใดทั้งสิ้น
13. ในกรณีที่รหัสประจำตัว
(User ID) รหัสผ่าน (Password) รหัสลับส่วนตัว
(PIN) หรือ รหัส One Time Password (OTP) หรือข้อมูลชีวมิติ (biometric data) หรือรหัสอื่นใดที่ธนาคารกำหนด
หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ในการทำรายการ เช่น โทรศัพท์มือถือ หรือแท็บเล็ต
ชำรุด สูญหาย หรือถูกโจรกรรม ผู้ใช้บริการต้องแจ้ง และ/หรือขอระงับธุรกรรม
และ/หรือการใช้บริการอิเล็กทรอนิกส์ใดๆ และ/หรือ
ขออายัดหรือระงับการใช้รหัสประจำตัว (User ID) รหัสผ่าน (Password)
รหัสลับส่วนตัว (PIN) หรือ รหัส One
Time Password (OTP) หรือข้อมูลชีวมิติ (biometric data) หรือรหัสอื่นใดที่เกี่ยวข้อง หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ทำรายการดังกล่าว
ทันทีผ่าน Krungsri Call Center 1572 โดยธนาคารจะทำการระงับธุรกรรม
และ/หรือการใช้บริการอิเล็กทรอนิกส์ใดๆ และ/หรืออายัด หรือระงับการใช้รหัสดังกล่าว
และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ทำรายการทันทีที่ผู้ใช้บริการผ่านการตรวจสอบความเป็นเจ้าของบัญชีตามขั้นตอนและวิธีการที่ธนาคารกำหนดแล้ว
ทั้งนี้ ผู้ใช้บริการยอมรับว่าการทำรายการใดๆ หรือการทำรายการด้วยรหัสประจำตัว (User
ID) รหัสผ่าน (Password) รหัสลับส่วนตัว (PIN)
หรือ รหัส One Time Password (OTP) หรือข้อมูลชีวมิติ
(biometric data) หรือรหัสอื่นใดที่ธนาคารกำหนด หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของผู้ใช้บริการก่อนที่ธนาคารจะทำการระงับหรืออายัดนั้น
ให้มีผลผูกพันผู้ใช้บริการ
และผู้ใช้บริการตกลงรับผิดชอบและยินยอมชำระค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องทุกประการ
14.
การกระทำใดๆ ผ่านบริการกรุงศรีบิซออนไลน์ โดยใช้รหัสประจำตัว (User ID) และรหัสผ่าน (Password) รหัสลับส่วนตัว (PIN)
หรือ รหัส One Time Password (OTP) หรือ
ข้อมูลชีวมิติ (biometric data) ของผู้ใช้บริการ
หรือรหัสอื่นใดที่ธนาคารกำหนด ผู้ใช้บริการยอมรับว่าเป็น
การกระทำของผู้ใช้บริการเอง แม้ผู้ใช้บริการจะมิได้ทำลงด้วยตนเอง
ธนาคารไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบแต่ประการใดอันเนื่องจากความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้น
เว้นแต่ความเสียหายดังกล่าวจะเกิดขึ้นจากความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของธนาคาร
15.
การทำรายการใดๆ
ภายใต้บริการกรุงศรีบิซออนไลน์จะเสร็จสิ้นสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อผู้ใช้บริการได้ทำรายการตามขั้นตอนอย่างถูกต้องครบถ้วน
และผู้ใช้บริการจะได้รับข้อมูลแสดงผลว่าการทำรายการสำเร็จแล้ว
พร้อมกับหมายเลขอ้างอิงการทำรายการ (Transaction Reference Number) โดยผู้ใช้บริการสามารถเรียกดูหรือตรวจสอบรายงานการทำธุรกรรมทางการเงิน (Report)
ได้ตามขั้นตอนและวิธีการที่ธนาคารกำหนด
และผู้ใช้บริการยอมรับว่าบันทึก หลักฐาน หรือเอกสารใดๆ
ก็ตามที่ธนาคารได้จัดทำขึ้นเนื่องจากการใช้บริการของผู้ใช้บริการนั้นมีความถูกต้อง
และสามารถใช้เป็นพยานหลักฐานยันผู้ใช้บริการในการพิสูจน์มูลหนี้ การหัก
และ/หรือการโอนเงิน และ/หรือการใช้บริการใดๆ ได้โดยชอบ
แม้ว่าข้อมูลนั้นจะเก็บรักษา และ/หรือรวบรวมไว้ในรูปของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์
หรือในรูปแบบใดก็ตาม
16.
ผู้ใช้บริการยอมรับว่าบริการสั่งอายัดเช็ค
ธนาคารจะรับดำเนินการตามคำสั่งของผู้ใช้บริการให้โดยเร็ว
แต่หากเช็คฉบับนั้นอยู่ในกระบวนการที่ธนาคารไม่สามารถระงับการจ่ายเงินได้
ผู้ใช้บริการจะไม่เรียกร้องให้ธนาคารต้องรับผิดชอบความเสียหายนั้น
17.
ผู้ใช้บริการสามารถอายัดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์และบัญชีกระแสรายวันที่ผูกอยู่กับระบบกรุงศรีบิซออนไลน์
รวมทั้งอายัดบัตร KRUNGSRI ATM หรือบัตร KRUNGSRI
VISA Debit ที่ผูกอยู่กับบัญชีเงินฝากดังกล่าวผ่านบริการนี้ได้
โดยการอายัดจะมีผลสมบูรณ์ต่อเมื่อผู้ใช้บริการได้ปฎิบัติตามขั้นตอนและวิธีการที่ธนาคารกำหนด
และได้รับการยืนยันจากธนาคารผ่านระบบกรุงศรีบิซออนไลน์เรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้
ผู้ใช้บริการยังคงต้องรับผิดชอบในธุรกรรมที่เกิดขึ้นก่อนการอายัดเสร็จสมบูรณ์
นอกจากนี้ การอายัดบัญชีเงินฝากจะมีผลทำให้รายการโอนเงินที่มีข้อตกลงล่วงหน้าทั้งหมดภายใต้บัญชีเงินฝากที่ถูกอายัดไม่สามารถทำรายการได้
18. ผู้ใช้บริการสามารถเลือกรูปแบบการใช้บริการกรุงศรี
บิซ ออนไลน์ ได้ดังต่อไปนี้
(1) แบบ Dual
Control ซึ่งเป็นการให้บริการแบบมีผู้ทำรายการ (Maker) และผู้อนุมัติรายการ (Approver) โดยผู้ใช้บริการจะต้องดำเนินการตามขั้นตอนและรูปแบบที่ธนาคารกำหนดเพื่อมอบหมายให้มีผู้แทนของผู้ใช้บริการในการกระทำการผ่านบริการกรุงศรี
บิซ ออนไลน์ ดังนี้
(ก) ผู้บริหารระบบ
(Business Admin) มีหน้าที่จัดการบัญชีผู้ใช้งาน
สมัครใช้บริการที่ธนาคารให้บริการภายใต้ระบบระบบกรุงศรี บิซ ออนไลน์
หรือเปลี่ยนแปลงรายละเอียดการใช้บริการ หรือให้ความยินยอมใดๆ
เกี่ยวกับการใช้บริการ และ
(ข)
ผู้ใช้งานระบบ (User) ได้แก่ ผู้ทำรายการ (Maker)
และผู้อนุมัติรายการ (Approver) มีหน้าที่ในการทำรายการภายใต้ขอบเขตที่ได้รับมอบหมายจากผู้บริหารระบบ
(Business Admin)
ทั้งนี้
ผู้ใช้บริการตกลงว่า การกระทำใดๆ ที่ทำผ่านผู้บริหารระบบ (Business Admin) หรือผ่านผู้ทำรายการ (Maker) และได้รับอนุมัติจากผู้อนุมัติรายการ
(Approver) ผ่านระบบกรุงศรี บิซ ออนไลน์
ไม่ว่าการกระทำดังกล่าวจะใช้เพื่อทำธุรกรรมทางการเงินหรือไม่
ให้ถือว่าการกระทำดังกล่าวถูกต้องและมีผลผูกพันผู้ใช้บริการ
(2) แบบ Single Control ซึ่งเป็นการให้บริการแบบมีผู้ดำเนินการเพียงคนเดียว
โดยผู้ใช้บริการประเภทนิติบุคคลจะต้องดำเนินการให้มีผู้แทนของผู้ใช้บริการเป็นผู้กระทำการต่างๆ
เช่น การทำธุรกรรม การสมัครใช้บริการที่ธนาคารให้บริการภายใต้ระบบระบบกรุงศรี บิซ
ออนไลน์ การเปลี่ยนแปลงรายละเอียดการใช้บริการ หรือการให้ความยินยอมใดๆ
เกี่ยวกับการใช้บริการ ผ่านบริการกรุงศรี บิซ ออนไลน์ โดยใช้รหัสประจำตัว (User
ID) และรหัสผ่าน (Password) หรือรหัสลับส่วนตัว
(PIN) หรือ รหัส One Time Password (OTP)
19. ผู้ใช้บริการตกลงและรับทราบว่า
ธนาคารสงวนสิทธิในการระงับการให้บริการหรือยกเลิกการให้บริการกรุงศรีบิซออนไลน์ หรือระงับการทำธุรกรรมผ่าน
กรุงศรีบิซออนไลน์ได้ทันที โดยไม่ต้องแจ้งให้ผู้ใช้บริการทราบล่วงหน้า
ในกรณีที่ธนาคารมีเหตุจำเป็นเช่นในกรณีดังนี้
โดยผู้ใช้บริการจะไม่เรียกร้องให้ธนาคารต้องรับผิดชอบในความเสียหายใดๆ
ที่เกิดขึ้นแก่ผู้ใช้บริการหรือบุคคลใดๆ ทั้งสิ้น (ก)
การให้บริการของธนาคารขัดต่อกฎ ระเบียบ คำสั่ง บทบัญญัติของกฎหมาย
หรือขัดต่อหลักเกณฑ์ในการปฏิบัติงานของธนาคาร หรือ (ข)
คำสั่งของผู้ใช้บริการมีข้อมูลไม่เพียงพอหรือไม่เป็นไปตามรูปแบบที่ธนาคารกำหนด
หรือผู้ใช้บริการมิได้จัดทำหรือส่งมอบเอกสารที่เกี่ยวข้องและจำเป็นสำหรับการทำธุรกรรมตามที่ธนาคารร้องขอ
หรือ (ค) ผู้ใช้บริการไม่มี หรือถูกระงับใช้วงเงินสินเชื่อกับธนาคาร
หรือการโอนเงินจะเป็นเหตุให้ยอดเงินในบัญชีเกินกว่าวงเงินสินเชื่อที่ตกลงไว้กับธนาคาร
หรือ (ง) บัญชีของผู้ใช้บริการหรือบัญชีที่รับโอนถูกระงับการใช้หรือยกเลิก หรือ
(จ) ผู้ใช้บริการมียอดเงินคงเหลือที่ใช้ได้ในบัญชีไม่เพียงพอต่อการทำธุรกรรม หรือ
(ฉ) ผู้ใช้บริการปฏิบัติผิดเงื่อนไข หรือข้อตกลงของธนาคาร
หรืออยู่ในระหว่างถูกดำเนินการทางกฎหมาย หรือ (ช)
มีเหตุอันควรสงสัยหรือเหตุอันควรเชื่อได้ว่าเอกสารแสดงตนหรือเอกสารใดๆ
ที่ผู้ใช้บริการได้ยื่นหรือแสดงต่อธนาคารไม่ถูกต้องครบถ้วนหรือไม่ตรงตามข้อเท็จจริง
หรือผู้ใช้บริการเป็นบุคคลที่ต้องสงสัยว่ามีส่วนร่วมในการกระทำที่เป็นความผิดตามกฎหมาย
ระเบียบ หรือข้อบังคับของทางราชการ หรือบริการกรุงศรีบิซออนไลน์
หรือบัญชีที่ผู้ใช้บริการนำมาผูกกับบริการ
ถูกนำไปใช้หรือมีข้อสงสัยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินหรือการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย
หรือไม่เป็นไปตามกฎหมายอื่นๆ หรือกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง หรือ (ซ) ระบบใดๆ
ที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการชำรุด ขัดข้อง อยู่ระหว่างการซ่อมแซม
หรือปิดระบบชั่วคราว
และธนาคารได้แจ้งให้ผู้ใช้บริการทราบล่วงหน้าถึงความขัดข้องในการทำธุรกรรม
หรือได้แจ้งในขณะที่ทำธุรกรรม หรือ (ฌ) ในกรณีที่เกิดเหตุสุดวิสัยอื่นๆ
ที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของธนาคาร
20. ในกรณีที่ระบบคอมพิวเตอร์
หรือระบบการติดต่อสื่อสารของธนาคารของผู้ใช้บริการ
หรือของผู้ให้บริการระบบอินเทอร์เน็ต (Internet Service Provider) หรือของผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ (Mobile Operator) และระบบไฟฟ้า ระบบการติดต่อสื่อสารโทรคมนาคม
หรือระบบอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการชำรุด ขัดข้อง อยู่ระหว่างการซ่อมแซม
หรือปิดระบบชั่วคราวเพื่อบำรุงรักษา เป็นเหตุให้ผู้ใช้บริการไม่สามารถใช้บริการได้
ผู้ใช้บริการตกลงจะไม่ยกเอาเหตุขัดข้องดังกล่าวมาเป็นข้อเรียกร้องให้ธนาคารรับผิดชอบแต่ประการใด
21.
ในกรณีพบข้อผิดพลาดใดๆ หรือข้อสงสัยใดๆ ในการใช้บริการ
ผู้ใช้บริการต้องแจ้งให้ธนาคารทราบผ่าน Krungsri Call Center 1572 หรือช่องทางอื่นที่ธนาคารกำหนดโดยพลัน
พร้อมด้วยข้อมูลอย่างน้อยดังนี้
(1)
รหัสประจำตัว (User ID) ของผู้ใช้บริการ
(2)
วันและเวลาที่ทำรายการ
(3)
หมายเลขอ้างอิงการทำรายการ (Transaction Reference Number)
(4)
ประเภทรายการที่ใช้บริการ
(5)
เลขที่บัญชีที่โอนเงินออกและเลขที่บัญชีที่โอนเงินเข้า
(6)
จำนวนเงินที่ทำรายการ
(7)
ข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้น
(8)
สถานที่ติดต่อของผู้ใช้บริการหรือผู้แจ้ง
(กรณีแตกต่างจากที่ได้ระบุไว้ในคำขอใช้บริการ)
22.
ภายหลังจากที่ธนาคารได้รับแจ้งข้อผิดพลาด หรือข้อสงสัยใดๆ
ในการใช้บริการจากผู้ใช้บริการ ธนาคารจะทำการตรวจสอบข้อผิดพลาดโดยพิจารณาจากรายงาน
ซึ่งถือเป็นหลักฐานของธนาคารประกอบกับบัญชีเงินฝากของผู้ใช้บริการ
และแจ้งความคืบหน้า รวมทั้งชี้แจงขั้นตอนการดำเนินการ ตลอดจนกำหนดเวลาในการแก้ไขข้อผิดพลาดให้ผู้ใช้บริการทราบ
ภายในระยะเวลา เจ็ด (7) วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้ง
หากผลการตรวจสอบปรากฏว่าเกิดข้อผิดพลาด
และธนาคารต้องมีการหัก หรือโอนเงิน หรือดำเนินการอย่างใดๆ กับบัญชีของผู้ใช้บริการ
ผู้ใช้บริการตกลงยินยอมให้ธนาคารดำเนินการดังกล่าวกับบัญชีทุกประเภทของผู้ใช้บริการที่มีอยู่กับธนาคาร
ตามข้อกำหนด เงื่อนไข และวิธีการที่ธนาคารกำหนดไว้ทั้งในขณะนี้และที่จะกำหนดขึ้นใหม่ในภายหน้าได้ทันที
โดยไม่ต้องแจ้งให้แก่ผู้ใช้บริการทราบล่วงหน้าแต่อย่างใด
23.
ผู้ใช้บริการยินยอมผูกพันตนและปฎิบัติตามข้อกำหนดและเงื่อนไข ระเบียบ
ตลอดจนคู่มือสำหรับการใช้บริการกรุงศรีบิซออนไลน์ในแต่ละประเภทตามข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้บริการ
ซึ่งธนาคารได้ส่งหรือแจ้งให้ผู้ใช้บริการทราบ
หรือที่ธนาคารจะประกาศเพิ่มเติมต่อไปในภายหน้า โดยให้ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้บริการกรุงศรีบิซออนไลน์
24.
ธนาคารมีสิทธิหักเงินจากบัญชีเงินฝากทุกประเภทของผู้ใช้บริการ
เพื่อชำระค่าธรรมเนียม ค่าใช้บริการและค่าใช้จ่ายใดๆ
อันเกี่ยวเนื่องกับการใช้บริการกรุงศรีบิซออนไลน์
ตามอัตราหรือจำนวนที่ธนาคารกำหนดในขณะนี้หรือที่จะกำหนดใหม่ในภายหน้า
หากเงินในบัญชีเงินฝากของผู้ใช้บริการไม่มี
หรือมีแต่ไม่เพียงพอที่จะให้ธนาคารหักชำระค่าใช้จ่ายเช่นว่านั้น
หรือไม่เพียงพอให้ธนาคารดำเนินการให้บริการได้
ธนาคารมีสิทธิที่จะไม่ให้บริการในครั้งนั้นๆ ได้ตามที่ธนาคารเห็นสมควร ทั้งนี้
ธนาคารขอสงวนสิทธิที่จะเปลี่ยนแปลงค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่างๆ
ดังกล่าวได้โดยประกาศให้ทราบล่วงหน้า สามสิบ (30) วัน
25.
ผู้ใช้บริการสามารถยกเลิกการใช้บริการกรุงศรีบิซออนไลน์
ได้โดยผ่านการใช้บริการกรุงศรีบิซออนไลน์
หรือทำเป็นหนังสือมายังธนาคารตามแบบและวิธีการที่ธนาคารกำหนด อนึ่ง
การปิดบัญชีหลักที่ขอใช้บริการจะมีผลเป็นการยกเลิกการใช้บริการด้วยหากบัญชีที่ผูกกับบริการกรุงศรีบิซออนไลน์มีเพียงบัญชีเดียว
ทั้งนี้รายการคงค้างของคำสั่งการทำรายการหลังครบกำหนดที่กล่าวนั้นจะถูกยกเลิกอัตโนมัติ
26.
ธนาคารอาจทำการพัฒนาหรือเปลี่ยนแปลงการให้บริการ
และจะแจ้งให้ผู้ใช้บริการทราบผ่านทางบริการกรุงศรีบิซออนไลน์หรือประกาศของธนาคารทุกครั้ง
27.
ผู้ใช้บริการตกลงยินยอมให้ธนาคารมีสิทธิแก้ไข เปลี่ยนแปลง
ข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้บริการกรุงศรีบิซออนไลน์
หรือเปลี่ยนแปลงเพิ่มหรือลดการให้บริการเฉพาะบริการใดบริการหนึ่ง
หรือยกเลิกการให้บริการทั้งหมดได้
โดยธนาคารจะแจ้งให้ผู้ใช้บริการทราบล่วงหน้าในระยะเวลาสิบห้า (15) วัน ผ่านสื่อประชาสัมพันธ์การใช้บริการต่างๆ ของธนาคารที่เหมาะสม (เช่น
เว็บไซต์ของธนาคาร ประกาศ ณ ที่ทำการของธนาคาร และ/หรือช่องทางอื่นๆ)
เว้นแต่มีกรณีมีเหตุที่จำเป็นเพื่อป้องกันการทุจริต
หรือกรณีผู้ใช้บริการผิดนัดชำระหนี้หรือผิดเงื่อนไขใดๆ ในสัญญาหรือข้อตกลงกับธนาคาร
ธนาคารสามารถแจ้งการเปลี่ยนแปลงหรือแจ้งการดำเนินการให้ทราบภายหลังได้ภายในระยะเวลาที่เหมาะสม
ทั้งนี้
ในกรณีที่การแก้ไขเปลี่ยนแปลงดังกล่าวมีผลให้ผู้ใช้บริการต้องเสียค่าใช้จ่ายหรือมีภาระความรับผิดชอบเพิ่มขึ้น
ผู้ใช้บริการรับทราบว่าผู้ใช้บริการสามารถยกเลิกการใช้บริการได้
28.
เอกสารหรือหนังสือใดๆ ที่ธนาคารส่งไปยังผู้ใช้บริการตามที่อยู่หรือที่ทำงาน
หรือสถานศึกษา หรือส่งทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (e-mail address) ที่ผู้ใช้บริการได้แจ้งไว้ในคำขอใช้บริการหรือที่อยู่ที่ผู้ใช้บริการได้แจ้งเปลี่ยนแปลงในภายหลัง
ให้ถือว่าผู้ใช้บริการได้ทราบข้อความในเอกสารหรือหนังสือนั้น ๆ แล้ว
29.
ผู้ใช้บริการยินยอมให้ธนาคารทำการเปิดเผย แลกเปลี่ยน ส่ง
และ/หรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการ
หรือข้อมูลที่ผู้ใช้บริการให้ไว้กับธนาคารในการสมัครหรือใช้บริการนี้
ให้กับบริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงินของธนาคาร ผู้ประมวลผลข้อมูลของธนาคาร
ผู้ให้บริการภายนอก ตัวแทนของธนาคาร ผู้รับจ้างช่วงงานต่อ
และ/หรือพันธมิตรทางธุรกิจที่ออกผลิตภัณฑ์ร่วมกันในลักษณะ co-brand ซึ่งธนาคารจำเป็นต้องเปิดเผยเพื่อให้ธนาคารสามารถให้บริการตามข้อกำหนดและเงื่อนไขนี้ได้
รวมทั้งเพื่อวัตถุประสงค์ในการประเมินความเสี่ยงของผู้ใช้บริการ เพื่อป้องกันและตรวจสอบรายการธุรกรรมที่อาจจะเกิดการทุจริต
เพื่อปรับปรุงบริการหรือผลิตภัณฑ์ของธนาคาร
เพื่อประโยชน์ในการติดต่อสื่อสารในการให้บริการ
เพื่อสนับสนุนการให้บริการของธนาคาร เพื่อประโยชน์ในการดำเนินการติดตามทวงถามหนี้
เพื่อประโยชน์ในการประมวลผลข้อมูล เพื่อตรวจสอบรายการชำระเงินหรือรายการฝาก/ถอน/โอนเงิน
(เฉพาะในกรณีที่มีการใช้บริการทางการเงิน)
หรือเพื่อการพิสูจน์ตัวตนหรือยืนยันตัวตนของผู้ใช้บริการทางดิจิทัล ผ่าน National
Digital ID Platform (NDID Platform) (เฉพาะในกรณีที่ผู้ใช้บริการสมัครใช้บริการ
NDID)
30. ผู้ใช้บริการรับทราบว่า
ธนาคารจะรักษาข้อมูลที่ได้รับจากผู้ใช้บริการและบุคคลที่เกี่ยวข้องอื่นๆ
อันเนื่องมาจากการให้บริการตามข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้บริการกรุงศรีบิซออนไลน์ไว้เป็นความลับ
ในกรณีที่มีกฎหมาย ประกาศ หรือระเบียบของทางราชการ กำหนดให้ธนาคารต้องเปิดเผยข้อมูล
หรือธุรกรรมทางการเงินของผู้ใช้บริการ
คู่ค้าหรือลูกค้าของผู้ใช้บริการรายหนึ่งรายใด หรือหลายรายต่อเจ้าหน้าที่
หรือหน่วยงานของรัฐ เมื่อธนาคารได้รับการร้องขอ
ผู้ใช้บริการตกลงยินยอมให้ธนาคารเปิดเผยข้อมูล
และ/หรือจัดทำรายงานเกี่ยวกับการทำธุรกรรมทางการเงินของผู้ใช้บริการต่อเจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานของรัฐได้ทุกประการ
31.
เมื่อผู้ใช้บริการให้ข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลอื่นใดแก่ธนาคาร (ก)
ผู้ใช้บริการรับรองที่จะตรวจสอบความถูกต้องและความสมบูรณ์ของข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลอื่นที่ผู้ใช้บริการให้แก่ธนาคาร
และแจ้งธนาคารถึงความเปลี่ยนแปลงใดๆ ในข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้ให้ไว้ (หากมี) (ข)
ผู้ใช้บริการรับรองว่าผู้ใช้บริการได้รับความยินยอม
หรือสามารถอาศัยฐานทางกฎหมายอื่นสำหรับการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย
และ/หรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวตามกฎหมายที่ใช้บังคับ (ค)
ผู้ใช้บริการรับรองว่าผู้ใช้บริการได้แจ้งประกาศการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้องของธนาคารแก่บุคคลดังกล่าวแล้ว
และ (ง) ผู้ใช้บริการรับรองว่าธนาคารสามารถเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย และ/หรือโอน
ข้อมูลส่วนบุคคลตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ในประกาศการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของธนาคาร
ซึ่งอาจมีการแก้ไขเป็นครั้งคราว ซึ่งรวมถึงวัตถุประสงค์ทั้งหมดที่กำหนดไว้ในข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้บริการกรุงศรีบิซออนไลน์ฉบับนี้
32. ผู้ใช้บริการจะปฏิบัติตามและจะดำเนินการให้บุคคลใดๆ
ที่เกี่ยวข้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542
เท่าที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการของธนาคารภายใต้ข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับนี้
ทั้งนี้ ผู้ใช้บริการตกลงจะให้ความร่วมมือกับธนาคาร และ/หรือจะลงนาม ส่งมอบ
หรือดำเนินการให้มีการส่งมอบเอกสาร หรือหลักฐานใดๆ
ตามที่กฎหมายกำหนดหรือตามที่ธนาคารร้องขอโดยชอบด้วยเหตุผล
การใช้บริการกดเงินไม่ใช้บัตร (Krungsri Cardless)
1. ผู้ใช้บริการที่เป็นบุคคลธรรมดาและใช้บริการกรุงศรีบิซออนไลน์ในรูปแบบ
Single Control สามารถใช้บริการกดเงินไม่ใช้บัตร
เพื่อทำรายการเบิกถอนเงินจากบัญชีเงินฝากที่ผู้ใช้บริการมีอยู่กับธนาคาร ผ่านแอปพลิเคชัน
Krungsri Biz Online หรือช่องทางอิเล็กทรอนิกส์อื่นที่ธนาคารจะเปิดให้บริการในอนาคต
โดยปฏิบัติตามขั้นตอนและวิธีการที่ธนาคารกำหนด
2. ผู้ใช้บริการรับทราบว่า
บัญชีเงินฝากที่ใช้ในการเบิกถอนเงินผ่านบริการกดเงินไม่ใช้บัตรจะต้องเป็นบัญชีเงินฝากประเภทออมทรัพย์หรือกระแสรายวันเท่านั้น
3. ผู้ใช้บริการสามารถเบิกถอนเงินสดโดยไม่ต้องใช้บัตรได้ที่เครื่อง
ATM/ATM ADM ของธนาคารทั่วประเทศ โดยการระบุหมายเลขโทรศัพท์มือถือของผู้ใช้บริการที่ผูกกับบริการกรุงศรีบิซออนไลน์
พร้อมกับรหัสถอนเงิน (Withdrawal Code) ที่ธนาคารได้จัดส่งให้แก่ผู้ใช้บริการผ่านแอปพลิเคชัน
Krungsri Biz Online หรือช่องทางอิเล็กทรอนิกส์อื่นที่ธนาคารให้บริการ
พร้อมระบุจำนวนเงินที่ต้องการเบิกถอนซึ่งผู้ใช้บริการได้ระบุไว้ในขั้นตอนการทำรายการ
4. ผู้ใช้บริการรับทราบว่า
รหัสถอนเงิน (Withdrawal Code) ที่ใช้เพื่อทำรายการเบิกถอนเงินสดที่เครื่อง
ATM/ ATM ADM มีระยะเวลาการใช้งานที่จำกัด
หากผู้ใช้บริการไม่ทำรายการภายในระยะเวลาที่กำหนด
ผู้ใช้บริการจะไม่สามารถใช้รหัสถอนเงิน (Withdrawal Code) ที่ได้รับในการทำรายการเบิกถอนเงินได้
และผู้ใช้บริการต้องทำรายการใหม่ และในกรณีที่ผู้ใช้บริการระบุรหัสถอนเงิน (Withdrawal
Code) ผิดเกิน 3 ครั้ง ธนาคารจะปฏิเสธการทำรายการทันที
และผู้ใช้บริการต้องทำรายการใหม่อีกครั้ง
5. ผู้ใช้บริการสามารถเบิกถอนเงินได้เป็นจำนวนเต็มทุกๆ
100 บาท โดยต้องเบิกถอนเงินขั้นต่ำ 100
บาท/รายการ โดยไม่จำกัดจำนวนครั้งต่อวัน
แต่จะต้องไม่เกินวงเงินสูงสุดที่ธนาคารกำหนด ทั้งนี้ ผู้ใช้บริการจะไม่สามารถทำการเบิกถอนเงินผ่านบริการกดเงินไม่ใช้บัตรหากจำนวนเงินที่ต้องการเบิกถอนเงินเกินกว่าจำนวนธนบัตรที่เครื่อง
ATM/ATM ADM สามารถจ่ายได้ในแต่ละครั้ง
6. ผู้ใช้บริการรับทราบว่า
เมื่อได้ทำรายการเบิกถอนเงินผ่านบริการกดเงินไม่ใช้บัตรที่เครื่อง ATM/ ATM
ADM ของธนาคาร และได้รับเงินเรียบร้อยแล้ว
ให้ถือว่าการทำรายการดังกล่าวเสร็จสมบูรณ์และผูกพันผู้ใช้บริการ
โดยผู้ใช้บริการไม่ต้องลงลายมือชื่อในเอกสารใดๆ เพิ่มเติม
7. ค่าธรรมเนียมบริการกดเงินไม่ใช้บัตร
เป็นไปตามประกาศอัตราค่าธรรมเนียมของธนาคาร
การใช้บริการโอนเงินและชำระค่าสินค้าและบริการ
1. ในกรณีที่สมัครใช้บริการกรุงศรีบิซออนไลน์ด้วยบัญชีสินเชื่อบุคคล
ผู้ใช้บริการจะไม่สามารถใช้บริการชำระค่าสินค้าและบริการ และบริการโอนเงินได้
2. เงื่อนไขการทำรายการโอนเงินและชำระค่าสินค้าและบริการ
(1) ผู้ใช้บริการสามารถทำรายการโอนเงินระหว่างบัญชีตนเองภายในธนาคารที่ได้มีการลงทะเบียนเลขที่บัญชีไว้ในระบบแล้ว
โดยไม่จำกัดวงเงิน
(2) ผู้ใช้บริการสามารถทำรายการโอนเงินไปยังบัญชีบุคคลอื่นภายในธนาคาร
โอนเงินต่างธนาคาร (ORFT) และโอนเงินผ่านบริการกรุงศรีพร้อมเพย์ได้ เฉพาะจากบัญชีออมทรัพย์และบัญชีกระแสรายวัน
โดยไม่จำกัดจำนวนครั้งต่อวัน แต่ทั้งนี้จะต้องไม่เกินวงเงินสูงสุดที่ธนาคารกำหนด
(3) ผู้ใช้บริการสามารถทำรายการชำระค่าสินค้าและบริการได้เฉพาะจากบัญชีออมทรัพย์และบัญชีกระแสรายวัน
โดยไม่จำกัดจำนวนครั้งต่อวัน แต่ทั้งนี้จะต้องไม่เกินวงเงินสูงสุดที่ธนาคารกำหนด
หรืออยู่ภายในวงเงินที่ธนาคารอนุมัติและ/หรือตกลงกับบริษัทผู้รับชำระเงิน
(4) ผู้ใช้บริการสามารถกำหนดวงเงินในการทำรายการโอนเงินและชำระค่าสินค้าและบริการได้
โดยอยู่ภายใต้วงเงินสูงสุดที่ธนาคารกำหนด
(5) ในกรณีผู้ใช้บริการได้รับอนุมัติเพิ่มวงเงินการทำรายการต่อวัน
ผู้ใช้บริการสามารถทำรายการโอนเงิน และ/หรือทำรายการชำระสินค้าและบริการต่อวันได้สูงสุดภายในวงเงินที่ธนาคารอนุมัติ
(6) ในการใช้บริการโอนเงินและบริการชำระค่าสินค้าและบริการ
ผู้ใช้บริการจะรับผิดชอบในการระบุข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทหรือองค์กรผู้รับชำระเงินด้วยตนเองและด้วยความระมัดระวังอย่างยิ่งยวด
หากเกิดข้อผิดพลาดประการใด
ผู้ใช้บริการจะไม่เรียกร้องให้ธนาคารต้องรับผิดชอบในความเสียหายใดๆ ที่เกิดขึ้น
(7) ผู้ใช้บริการสามารถส่งคำสั่งแจ้งระงับการโอนเงินที่มีข้อตกลงล่วงหน้าผ่านกรุงศรีบิซออนไลน์ได้ตามขั้นตอนและวิธีการที่ระบุไว้
และธนาคารจะดำเนินการตามคำสั่งดังกล่าวทันที
เว้นแต่รายการที่ผู้ใช้บริการแจ้งระงับการโอนเงินไม่สามารถดำเนินการได้
ธนาคารจะแจ้งให้ผู้ใช้บริการทราบ
โดยธนาคารจะรับผิดต่อผู้ใช้บริการหากไม่ดำเนินการระงับการโอนเงินให้เสร็จสิ้นภายในระยะเวลาที่ระบุในข้อนี้และเกิดรายการโอนเงินขึ้น
ทั้งนี้
ผู้ใช้บริการยังคงต้องรับผิดชอบในธุรกรรมที่เกิดขึ้นก่อนที่ธนาคารจะระงับการโอนเงินโดยเสร็จสมบูรณ์
(8) ผู้ใช้บริการรับทราบว่าเงื่อนไขในการทำรายการโอนเงินและชำระค่าสินค้าและบริการอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามที่ธนาคารกำหนด
โดยผู้ใช้บริการสามารถตรวจสอบเงื่อนไขดังกล่าวได้จากเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน Krungsri Biz Online
การใช้บริการส่งคำสั่งโอนเงินต่างประเทศ
1. ผู้ใช้บริการสามารถทำรายการโอนเงินต่างประเทศไปยังประเทศที่ธนาคารเปิดให้บริการ
โดยผู้ใช้บริการต้องตรวจสอบเลขที่บัญชีผู้รับเงิน ชื่อผู้รับเงิน
และข้อมูลอื่นของผู้รับเงินให้ถูกต้อง
รวมทั้งจำนวนเงินที่ทำรายการจะต้องไม่เกินกว่าจำนวนเงินสูงสุดตามที่ธนาคารกำหนด ทั้งนี้
อัตราแลกเปลี่ยนที่ใช้ในการทำรายการจะเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนดในขณะนั้น
ซึ่งปรากฏในหน้าจอการทำรายการและยืนยันโดยผู้ใช้บริการ
2. ช่องทางการทำรายการ
(1) โอนเงินผ่าน
Swift: รายการที่ทำในวันทำการธนาคาร ระหว่างเวลา 8.30
– 16.30 น. ธนาคารจะดำเนินการโอนเงินในวันเดียวกับวันที่ทำรายการ
สำหรับรายการที่ทำในช่วงเวลาอื่น หรือรายการที่ทำในวันหยุดทำการธนาคาร
ธนาคารจะดำเนินการโอนเงินในวันทำการธนาคารถัดไป
(2) โอนเงินผ่าน
Global
Transfer: ธนาคารจะดำเนินการโอนเงินให้แบบมีผลทันที (Real
Time)
(หมายเหตุ: การโอนเงินไปประเทศ
สปป. ลาว สามารถทำรายการได้เฉพาะในวันทำการธนาคาร
ระหว่างเวลา 8.30 – 15.00 น. เท่านั้น)
3. ธนาคารจะมีการเปิดเผย
และ/หรือส่งข้อมูลที่จำเป็นของผู้ใช้บริการ ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงชื่อ
นามสกุล หมายเลขโทรศัพท์ และหมายเลขบัญชี
ให้กับผู้ให้บริการระบบโอนเงินต่างประเทศที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย
และ/หรือในต่างประเทศ ผู้ให้บริการระบบสวิตชิ่งในประเทศไทย และ/หรือในต่างประเทศ
และ/หรือธนาคารต่างประเทศ
และ/หรือผู้รับปลายทางเพื่อวัตถุประสงค์ในการส่งเงินโอนระหว่างประเทศ
และ/หรือให้การบริการของธนาคารที่เกี่ยวข้องกับบัญชีของผู้ใช้บริการ
4. ธนาคารมีสิทธิปฏิเสธรายการโอนเงิน
หรือดำเนินการอื่นใดตามที่ธนาคารเห็นสมควร
หากธนาคารสงสัยว่าธุรกรรมดังกล่าวอาจผิดกฎหมาย
หรืออาจเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินหรือการจัดหาเงินทุนสำหรับกิจกรรมการก่อการร้าย
หรือการทำธุรกรรมจัดทำขึ้นโดยไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์หรือข้อกำหนดและเงื่อนไขเหล่านี้
ในกรณีดังกล่าวผู้ใช้บริการจะไม่สามารถเรียกร้องค่าเสียหายใดๆ ต่อธนาคารได้
5. อัตราแลกเปลี่ยนที่จะใช้สำหรับการโอนเงินต่างประเทศ
ธนาคารจะใช้อัตราอ้างอิงแบบ Selling Rate ของธนาคาร ซึ่งจะแสดง ณ ขณะที่ทำรายการ
ยกเว้นรายการโอนเงินผ่าน Swift ที่ธนาคารได้รับนอกช่วงเวลา
8.30 -16.30 น. หรือได้รับในวันหยุดทำการธนาคาร
ธนาคารจะใช้อัตราอ้างอิงแบบ Selling Rate รอบแรกที่ธนาคารประกาศในวันทำการธนาคารถัดไป
6. การส่งคำสั่งโอนเงินผ่าน
Swift ผู้ใช้บริการจะต้องส่งเอกสารเกี่ยวกับการโอนเงิน
(ตามข้อกำหนดของธนาคารแห่งประเทศไทย) ให้แก่ธนาคารผ่านทางอีเมลล์ : fxrmt@krungsri.com และ OPS_FRO_TBRS@krungsri.com หรือช่องทางอื่นใดที่ธนาคารกำหนด
เพื่อให้ธนาคารทำการตรวจสอบก่อนทำรายการก่อนทุกครั้ง
7. ผู้ใช้บริการสามารถตรวจสอบสถานะของรายการโอนเงินต่างประเทศผ่านกรุงศรีบิซออนไลน์ได้ตลอดเวลา
8. ผู้ใช้บริการสามารถทำรายการโอนเงินได้
เฉพาะจากบัญชีออมทรัพย์และบัญชีกระแสรายวัน โดยไม่จำกัดจำนวนครั้งต่อวัน
แต่ทั้งนี้จะต้องไม่เกินวงเงินสูงสุดที่ธนาคารกำหนด
ผู้ใช้บริการรับทราบว่าเงื่อนไขในการทำรายการโอนเงินอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามที่ธนาคารกำหนด
โดยผู้ใช้บริการสามารถตรวจสอบเงื่อนไขดังกล่าวได้จากเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน Krungsri Biz Online
9. ธนาคารไม่รับผิดชอบต่อความเสียหาย
ความล่าช้า ข้อผิดพลาดในการโอนเงิน
เว้นแต่เกิดจากการจงใจกระทำผิดของธนาคารหรือความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง
และในกรณีดังกล่าว ธนาคารไม่ต้องรับผิดเกินกว่าจำนวนเงินที่โอน นอกจากนี้
ธนาคารจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหาย ความล่าช้า และค่าใช้จ่ายใดๆ
ที่เกิดขึ้นจากเหตุสุดวิสัย ปัญหาทางเทคนิคของระบบคอมพิวเตอร์หรือระบบสื่อสาร
การได้รับข้อมูลในคำสั่งโอนเงินที่ไม่ถูกต้องจากผู้ใช้บริการ
ความผิดพลาดของธนาคารผู้รับปลายทาง ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน
หรือโดยกฎหมายหรือข้อบังคับของธนาคารผู้รับปลายทางหรือประเทศที่ธนาคารผู้รับปลายทางนั้นตั้งอยู่
หรือจากการถูกระงับหรือยึดโดยผู้มีอำนาจหรือบุคคลในประเทศนั้นๆ
10. ในกรณีที่คำสั่งโอนเงินถูกส่งออกไปยังธนาคารผู้รับปลายทางแล้วแต่คำสั่งดังกล่าวถูกปฏิเสธจากธนาคารผู้รับปลายทางด้วยสาเหตุที่ไม่ได้เป็นความผิดของทางธนาคารเช่นข้อมูลในคำสั่งโอนเงินผิดพลาด
หรือข้อมูลเลขที่บัญชีผู้รับเงินผิดพลาด เป็นต้น ทางธนาคารจะทำการโอนเงินคืนเข้าบัญชีของผู้ใช้บริการตามจำนวนเงินที่โอนโดยไม่รวมค่าธรรมเนียม
ทั้งนี้ ทางธนาคารจะใช้อัตราอ้างอิงแบบ Buying Rate ณ เวลานั้น
11. ผู้ใช้บริการรับทราบว่า
ช่วงเวลาการรับเงินโอนไปต่างประเทศขึ้นอยู่กับความแตกต่างทางด้านเวลา (Time Zone) และเวลาทำการของระบบการโอนเงินของธนาคารในแต่ละประเทศ
การใช้บริการโอนเงินต่างธนาคารแบบเงินเข้าบัญชีวันทำการถัดไป (SMART Next Day)
1. ผู้ใช้บริการสามารถทำรายการโอนเงินได้
เฉพาะจากบัญชีออมทรัพย์และบัญชีกระแสรายวัน โดยไม่จำกัดจำนวนครั้งต่อวัน
แต่ทั้งนี้จะต้องไม่เกินวงเงินสูงสุดที่ธนาคารกำหนด
ผู้ใช้บริการรับทราบว่าเงื่อนไขในการทำรายการโอนเงินอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามที่ธนาคารกำหนด
โดยผู้ใช้บริการสามารถตรวจสอบเงื่อนไขดังกล่าวได้จากเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน Krungsri Biz Online
2. ผู้ใช้บริการสามารถกำหนดวงเงินในการทำรายการโอนเงินได้
โดยอยู่ภายใต้วงเงินสูงสุดที่ธนาคารกำหนด
3. ผู้ใช้บริการสามารถทำรายการได้ทุกวันตลอดยี่สิบสี่
(24) ชั่วโมง อย่างไรก็ตาม
ธนาคารจะทำการหักเงินจากบัญชีและโอนเงินเฉพาะวันทำการธนาคารเท่านั้น
4. ในกรณีที่ผู้ใช้บริการทำรายการในวันทำการก่อนเวลา
9.00 น.
ธนาคารจะหักเงินจากบัญชีของผู้ใช้บริการในวันดังกล่าวทันทีหลังจากที่ผู้ใช้บริการทำรายการสำเร็จ
แต่หากผู้ใช้บริการทำรายการโอนเงินหลังเวลา 9.00 น.
ธนาคารจะทำการหักเงินจากบัญชีของผู้ใช้บริการในวันทำการถัดไป
และในกรณีที่ผู้ใช้บริการทำการโอนเงินในวันหยุดทำการของธนาคาร
ธนาคารจะทำการหักเงินจากบัญชีของผู้ใช้บริการในวันทำการแรกถัดจากวันหยุดทำการของธนาคารดังกล่าว
ทั้งนี้ ผู้รับโอนจะได้รับเงินที่โอนในวันทำการถัดจากวันที่ธนาคารหักเงินจากบัญชีของผู้ใช้บริการสำเร็จ
โดยผู้ใช้บริการสามารถติดตาม เรียกดู หรือสั่งพิมพ์ข้อมูลหรือสถานะที่เกี่ยวข้องกับการทำรายการโอนเงินได้ตามขั้นตอนและวิธีการที่ธนาคารกำหนด
5. ผู้ใช้บริการสามารถตั้งรายการโอนเงินต่างธนาคารแบบเงินเข้าบัญชีวันทำการถัดไป
(SMART
Next Day) ล่วงหน้าได้ ไม่เกินหกสิบ (60) วัน
นับจากวันที่ทำรายการดังกล่าว
โดยธนาคารจะทำการหักเงินจากบัญชีของผู้ใช้บริการในวันทำการก่อนวันที่ผู้รับเงินจะได้รับเงินที่โอน
ทั้งนี้
ผู้ใช้บริการสามารถส่งคำสั่งยกเลิกรายการโอนเงินต่างธนาคารแบบเงินเข้าบัญชีวันทำการถัดไป
(SMART Next Day) ได้ก่อนเวลาที่ธนาคารจะทำการหักเงินจากบัญชีของผู้ใช้บริการ
อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ธนาคารหักเงินจากบัญชีของผู้ใช้บริการแล้ว
ผู้ใช้บริการจะไม่สามารถยกเลิกการทำรายการโอนเงินได้
6. ในกรณีที่ธนาคารไม่สามารถทำรายการโอนเงินให้แก่ผู้รับโอนได้ไม่ว่าด้วยเหตุใดก็ตาม
ธนาคารจะแจ้งให้ผู้ใช้บริการทราบในวันทำการถัดจากวันที่ธนาคารทำการหักเงินจากบัญชีของผู้ใช้บริการ
และธนาคารจะคืนเงินให้แก่ผู้ใช้บริการโดยโอนเงินเข้าบัญชีของผู้ใช้บริการในวันทำการดังกล่าวโดยไม่มีดอกเบี้ยและไม่คืนค่าธรรมเนียมที่ธนาคารได้หักจากบัญชีของผู้ใช้บริการไปล่วงหน้าแล้ว
การใช้บริการโอนเงินแบบชุดข้อมูล (Group Transfer)
1. ผู้ใช้บริการสามารถโอนเงินแบบชุดข้อมูลไปยังบัญชีเงินเดือน
(Bulk
Transfer for Payroll) และการชำระเงินให้กับคู่ค้าภายในธนาคาร (Direct
Credit)
2. ในการเพิ่มกลุ่มชุดข้อมูล
(Group
Transfer) ผู้ใช้บริการต้องเพิ่มบัญชีในกลุ่ม
โดยอัพโหลดข้อมูลตามรูปแบบไฟล์ที่ธนาคารกำหนด หรือทำการบันทึกหมายเลขบัญชีในกลุ่ม
โดยธนาคารจะถือว่ากลุ่มชุดข้อมูลที่เพิ่มจะมีผลสมบูรณ์เมื่อผู้ใช้บริการได้ทำตามขั้นตอนและวิธีการที่ธนาคารกำหนดครบถ้วน
3. ผู้ใช้บริการสามารถทำรายการโอนเงินได้เฉพาะจากบัญชีออมทรัพย์และบัญชีกระแสรายวัน
โดยไม่จำกัดจำนวนครั้งต่อวัน แต่ทั้งนี้จะต้องไม่เกินวงเงินสูงสุดที่ธนาคารกำหนด
ผู้ใช้บริการรับทราบว่าเงื่อนไขในการทำรายการโอนเงินอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามที่ธนาคารกำหนด
โดยผู้ใช้บริการสามารถตรวจสอบเงื่อนไขดังกล่าวได้จากเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน Krungsri Biz Online
4. ผู้ใช้บริการสามารถกำหนดวงเงินในการทำรายการโอนเงินได้
โดยอยู่ภายใต้วงเงินสูงสุดที่ธนาคารกำหนด
การใช้บริการอายัดเช็ค/บัญชี/บัตรเดบิต
1. ผู้ใช้บริการสามารถอายัดเช็คผ่านกรุงศรีบิซออนไลน์ได้
เว้นแต่การอายัดเช็คที่อยู่ในกระบวนการที่ธนาคารไม่สามารถระงับการจ่ายเงินได้
ผู้ใช้บริการตกลงจะไม่เรียกร้องให้ธนาคารต้องรับผิดชอบแต่อย่างใด
2. ผู้ใช้บริการสามารถอายัดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์และบัญชีกระแสรายวัน
ที่ผูกอยู่กับกรุงศรีบิซออนไลน์ รวมทั้งอายัดบัตร KRUNGSRI ATM หรือบัตร KRUNGSRI
VISA Debit ที่ผูกอยู่กับบัญชีเงินฝากดังกล่าวผ่านกรุงศรีบิซออนไลน์ได้ตามขั้นตอนและวิธีการที่ธนาคารกำหนด
โดยการอายัดจะมีผลสมบูรณ์ต่อเมื่อผู้ใช้บริการได้รับการยืนยันจากธนาคารผ่านกรุงศรีบิซออนไลน์เรียบร้อยแล้ว
ทั้งนี้ ผู้ใช้บริการยังคงต้องรับผิดชอบในธุรกรรมที่เกิดขึ้นก่อนการอายัดจะมีผลสมบูรณ์
นอกจากนี้
การอายัดบัญชีเงินฝากจะมีผลทำให้รายการโอนเงินที่มีข้อตกลงล่วงหน้าทั้งหมดภายใต้บัญชีเงินฝากที่ถูกอายัดไม่สามารถทำรายการได้
การใช้บริการตรวจสอบและเรียกดูรายการเคลื่อนไหวทางบัญชีบัตรเครดิต
1. ผู้ใช้บริการสามารถตรวจสอบและเรียกดูรายการเคลื่อนไหวทางบัญชีบัตรเครดิตได้เฉพาะบัตรเครดิตในเครือ
KRUNGSRI
Group ที่เป็นบัตรหลักและผู้ใช้บริการเพิ่มรายการบัตรเครดิตดังกล่าวผ่านกรุงศรีบิซออนไลน์แล้วเท่านั้น
(ยกเว้นบัตรเครดิตนิติบุคคล และบัตร Fleet Card)
2. ในการเพิ่มรายการบัตรเครดิต
ผู้ใช้บริการต้องกรอกข้อมูลส่วนตัว
เพื่อยืนยันความมีตัวตนของผู้ใช้บริการให้ครบถ้วนถูกต้อง เช่น หมายเลขบัตรเครดิต
ชื่อเรียกแทนบัญชี ชื่อ-นามสกุล และวันเดือนปีเกิดของผู้ใช้บริการ
หรือข้อมูลอื่นที่ธนาคารกำหนด และเนื่องจากข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้บริการถือเป็นข้อมูลที่สำคัญ
หากผู้ใช้บริการไม่ระมัดระวัง หรือประมาทเลินเล่อ
จนเป็นเหตุให้บุคคลอื่นไม่ว่าจะกระทำโดยสุจริตหรือไม่ก็ตาม
นำข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้บริการเข้าใช้บริการนี้
และเป็นเหตุให้ผู้ใช้บริการได้รับความเสียหายไม่ว่าด้วยเหตุใดๆ ก็ตาม
ผู้ใช้บริการตกลงจะไม่เรียกร้องให้ธนาคารต้องรับผิดชอบแต่ประการใด
3. ผู้ใช้บริการสามารถยกเลิกการใช้บริการนี้ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน
โดยทำรายการยกเลิกผ่านกรุงศรีบิซออนไลน์ได้ทุกวัน ตลอดยี่สิบสี่ (24) ชั่วโมง
4. เนื่องจากธนาคารไม่ได้เป็นผู้ให้บริการหรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับการให้บริการบัตรเครดิต
และรายการเคลื่อนไหวทางบัญชีบัตรเครดิตไม่อยู่ในระบบฐานข้อมูลของธนาคาร
หากผู้ใช้บริการพบว่า
มีรายการเคลื่อนไหวทางบัญชีบัตรเครดิตรายการใดผิดพลาดหรือไม่ถูกต้อง
ผู้ใช้บริการจะต้องติดต่อกับบริษัทผู้ให้บริการบัตรเครดิตโดยตรง
และจะไม่เรียกร้องให้ธนาคารต้องรับผิดชอบแต่ประการใด
5. การให้บริการของธนาคารตามข้อนี้ใช้เพื่อประโยชน์และเป็นการอำนวยความสะดวกในการตรวจสอบรายการซื้อสินค้าหรือบริการด้วยบัตรเครดิตของผู้ใช้บริการเท่านั้น
ผู้ใช้บริการไม่สามารถนำเอกสารที่ได้รับจากบริการนี้ไปชำระเงินค่าใช้จ่ายบัตรเครดิตได้
6. ธนาคารมีสิทธิที่จะยกเลิกการให้บริการนี้ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน
หรือยกเลิกการให้บริการนี้กับบัตรเครดิตบัตรใดบัตรหนึ่ง
หรือเฉพาะแต่ผู้ให้บริการบัตรเครดิตรายใดรายหนึ่งเมื่อใดก็ได้
โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ผู้ใช้บริการทราบ
การใช้บริการแจ้งเตือนข้อมูลบัญชี (Push Notification)
1.
ผู้ใช้บริการจะได้รับการแจ้งเตือนข้อมูลเกี่ยวกับบัญชีที่ใช้บริการ
เช่น ข้อมูลเช็ค ข้อมูลวงเงินกู้เบิกเกินบัญชี ข้อมูลรายการเงินเข้า-ออก
หรือกำหนดการชำระเงินล่วงหน้า โดยเป็นไปตามเงื่อนไขที่ธนาคารกำหนด ทั้งนี้
ผู้ใช้บริการสามารถตั้งค่าเพื่อปิดการแจ้งเตือนดังกล่าวผ่านกรุงศรีบิซออนไลน์ได้หากไม่ประสงค์จะได้รับการแจ้งเตือน
2.
ผู้ใช้บริการรับทราบว่าข้อมูลที่ธนาคารส่งแจ้งเตือนไปยังผู้ใช้บริการเป็นข้อมูลในขณะที่ธนาคารทำการแจ้งเตือนเท่านั้น
ผู้ใช้บริการจะต้องตรวจสอบข้อมูลรายการเคลื่อนไหวของบัญชีเงินฝาก (Bank Statement) หรือเอกสารหลักฐานต่างๆ เกี่ยวกับการทำธุรกรรม
การดำเนินการเกี่ยวกับบัญชีเงินฝาก หรือการใช้วงเงินสินเชื่อ
ผ่านช่องทางที่ธนาคารให้บริการด้วยตนเอง
เพื่อให้ได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบัน
การใช้บริการขอตรวจสอบข้อมูลเครดิต
1.
ผู้ใช้บริการรับทราบว่า
การขอตรวจสอบข้อมูลเครดิตผ่านกรุงศรีบิซออนไลน์
ถือเป็นการสมัครใจทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ตามกฎหมายว่าด้วยธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์
ซึ่งผู้ใช้บริการจะปฏิเสธความมีผลผูกพันและการบังคับใช้ทางกฎหมายของข้อความใดที่ผู้ใช้บริการได้แสดงความจำนง
ยินยอมและส่งผ่านกรุงศรีบิซออนไลน์
เพียงเพราะเหตุที่ข้อความนั้นอยู่ในรูปของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์มิได้
2.
ผู้ใช้บริการรับทราบว่า
การขอตรวจสอบข้อมูลเครดิตผ่านกรุงศรีบิซออนไลน์
จะมีผลผูกพันเสมือนการยื่นคำขอตรวจสอบข้อมูลเครดิตเป็นหนังสือและลงลายมือชื่อให้ไว้ต่อ
บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด
ตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจข้อมูลเครดิตทุกประการ ในกรณีที่ผู้ใช้บริการมีข้อสงสัยหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติม
ผู้ใช้บริการสามารถติดต่อ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด ที่หมายเลข 02-643-1250 ได้ในเวลาทำการ
การใช้บริการขอให้ธนาคารออกหนังสือค้ำประกัน (Krungsri e-Guarantee)
1.
ข้อกำหนดและเงื่อนไขการออกหนังสือค้ำประกันทางอิเล็กทรอนิกส์
(1) ผู้ขอได้ขอให้ธนาคารดำเนินการออกหนังสือค้ำประกันทางอิเล็กทรอนิกส์เพื่อวางเป็นหลักประกันการการชำระหนี้และ/หรือ
การปฏิบัติตามสัญญาตามข้อมูลที่ผู้ขอได้แจ้งให้ธนาคารทราบ
และนำส่งให้ธนาคารผ่านระบบ LG อิเล็กทรอนิกส์
โดยผู้ขอและ/หรือลูกหนี้รับทราบและยินยอมตามข้อความทั้งหมดของหนังสือค้ำประกันทางอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
พร้อมทั้งตกลงรับผิดชอบและ/หรือชำระหนี้อันเกิดจากการค้ำประกันทุกรายการที่ธนาคารดำเนินการตามที่ได้รับแจ้งจากผู้ขอผ่านระบบ
LG อิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว ทั้งนี้
ผู้ขอตกลงและยอมรับว่าข้อมูลและหนังสือค้ำประกันที่ได้ออกและมีการรับส่งระหว่างผู้รับประโยชน์และธนาคารผ่านทางระบบ
LG อิเล็กทรอนิกส์ทุกฉบับและทุกจำนวนนั้นเป็นการออกหนังสือค้ำประกันตามความประสงค์ของผู้ขอโดยเป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่มีลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ของผู้ขอที่ได้ลงทะเบียนไว้ในระบบ
LG อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งสามารถใช้เป็นพยานหลักฐานในการดำเนินการทางกฎหมายได้แม้ว่าข้อมูลและหนังสือค้ำประกันดังกล่าวจะอยู่ในรูปแบบของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ก็ตาม
(2) ผู้ขอตกลงให้ธนาคารออกหนังสือค้ำประกันทางอิเล็กทรอนิกส์ให้แก่ผู้รับประโยชน์ตามจำนวน
และกำหนดระยะเวลาการค้ำประกันที่ธนาคารได้รับแจ้งจากผู้ขอผ่านระบบ LG อิเล็กทรอนิกส์จนกว่าผู้รับประโยชน์จะแจ้งยกเลิกความผูกพันตามภาระการค้ำประกันมายังธนาคาร
รวมทั้งยินยอมให้ธนาคารมีสิทธิปฏิเสธการค้ำประกันรายการใดก็ได้
(3) ในกรณีที่ระบบคอมพิวเตอร์
หรือระบบการติดต่อสื่อสารระหว่างธนาคารและผู้รับประโยชน์ หรือระบบไฟฟ้า ระบบการติดต่อสื่อสารโทรคมนาคม
หรือระบบอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับการค้ำประกันของธนาคารตามที่ระบุไว้ในคำขอฉบับนี้
ชำรุด ขัดข้อง อยู่ระหว่างการซ่อมแซม หรือปิดระบบชั่วคราวเพื่อการบำรุงรักษา หรือมีเหตุสุดวิสัย
หรือเหตุอื่นใดที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของธนาคาร
เป็นเหตุให้ธนาคารไม่สามารถดำเนินการเกี่ยวกับการค้ำประกันได้
ผู้ขอตกลงจะไม่ยกเหตุขัดข้องดังกล่าวมาเป็นข้อเรียกร้องให้ธนาคารต้องรับผิดแต่อย่างใด
(4) ผู้ขอตกลงชำระค่าธรรมเนียมการออกหนังสือค้ำประกัน
ค่าบริการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ค่าอากร ค่าธรรมเนียม และค่าใช้จ่ายใดๆ
เกี่ยวกับการค้ำประกันทางอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าวให้แก่ธนาคารตามระเบียบหรือหลักเกณฑ์ที่ธนาคารกำหนดจนกว่า
ผู้รับประโยชน์จะแจ้งยกเลิกความผูกพันตามภาระการค้ำประกัน
หรือแจ้งยกเลิกการค้ำประกันให้แก่ธนาคารกรณีที่ผู้ขอค้างชำระค่าธรรมเนียมการออกหนังสือค้ำประกัน
ค่าบริการ และค่าใช้จ่ายที่กล่าวข้างต้น
ผู้ขอตกลงยินยอมเสียดอกเบี้ยในอัตราสูงสุดที่ธนาคารประกาศและใช้เรียกเก็บจากลูกค้าที่ปฏิบัติผิดเงื่อนไขนับแต่วันที่ถึงกำหนดชำระค่าธรรมเนียม
ค่าบริการ และค่าใช้จ่ายดังกล่าวเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระให้แก่ธนาคารครบถ้วน
ในกรณีที่หนังสือค้ำประกันทางอิเล็กทรอนิกส์ที่ออกตามคำขอฉบับนี้ไม่มีกำหนดระยะเวลา
หรือมีกำหนดระยะเวลา แต่พ้นกำหนดระยะเวลานั้นแล้ว
หากผู้รับประโยชน์ยังไม่ได้แจ้งยกเลิกความผูกพันตามภาระการค้ำประกัน
หรือแจ้งยกเลิกการค้ำประกันให้แก่ธนาคาร ผู้ขอยินยอมชำระค่าธรรมเนียม ค่าบริการ
และค่าใช้จ่ายใดๆ เกี่ยวกับการออกหนังสือค้ำประกันให้แก่ธนาคารตามระเบียบ หรือหลักเกณฑ์ที่ธนาคารกำหนดจนกว่าผู้รับประโยชน์ได้แจ้งยกเลิกความผูกพันตามภาระการค้ำประกัน
หรือแจ้งยกเลิกการค้ำประกันให้แก่ธนาคารแล้ว ทั้งนี้
ผู้ขอรับทราบและยอมรับว่าค่าธรรมเนียม ค่าบริการ
และค่าใช้จ่ายดังกล่าวธนาคารมีสิทธิที่จะเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าหรือชี้แจงเหตุต่อผู้ขอแต่อย่างใด
และผู้ขอตกลงชำระค่าธรรมเนียม ค่าบริการ
และค่าใช้จ่ายให้แก่ธนาคารในอัตราที่เปลี่ยนแปลงนั้นโดยจะไม่โต้แย้งคัดค้านใดๆ
ทั้งสิ้น ในกรณีที่ผู้รับประโยชน์ได้แจ้งยกเลิกความผูกพันตามภาระการค้ำประกัน
หรือแจ้งยกเลิกการค้ำประกันให้แก่ธนาคารก่อนกำหนดเวลาที่ธนาคารได้เรียกเก็บค่าธรรมเนียม
ผู้ขอรับทราบว่าผู้ขอไม่มีสิทธิได้รับคืนค่าธรรมเนียม ค่าบริการ และค่าใช้จ่ายใดๆ
จากธนาคาร
อนึ่ง
ผู้ขอรับทราบว่า
ธนาคารมีสิทธิที่จะไม่เข้าทำการค้ำประกันผู้ขอและ/หรือลูกหนี้ตามข้อมูลที่ผู้ขอได้แจ้งให้ธนาคารทราบ
และนำส่งให้ธนาคารผ่านระบบ LG อิเล็กทรอนิกส์ หากผู้ขอค้างชำระเงินค่าธรรมเนียม
ค่าบริการ และค่าใช้จ่ายตามที่กล่าวข้างต้น
(5) ในกรณีที่ผู้ขอมีความประสงค์จะต่ออายุหนังสือค้ำประกัน
หรือเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญประการอื่นของหนังสือค้ำประกันที่ธนาคารออกตามคำขอฉบับนี้
ผู้ขอตกลงยินยอมเสียค่าธรรมเนียม และค่าใช้จ่ายใดๆ
ตามระเบียบหรือหลักเกณฑ์ที่ธนาคารกำหนด
(6) ในกรณีที่ผู้รับประโยชน์เรียกร้องให้ธนาคารชำระเงินโดยอ้างสิทธิตามหนังสือค้ำประกันทางอิเล็กทรอนิกส์ที่ธนาคารออกตามคำขอฉบับนี้
ผู้ขอตกลงให้อยู่ในดุลพินิจของธนาคารที่จะชำระเงินตามที่ถูกเรียกร้องได้โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ผู้ขอและ/หรือลูกหนี้ทราบก่อน
หรือไม่จำต้องได้รับความยินยอมจากผู้ขอและ/หรือลูกหนี้ก่อน
โดยไม่ต้องคำนึงว่าผู้ขอและ/หรือลูกหนี้ยังมีข้อต่อสู้หรือได้แจ้งให้ธนาคารระงับ
หรือชะลอการชำระเงินตามที่ถูกผู้รับประโยชน์เรียกร้องหรือไม่ก็ตาม
หากผู้ขอและ/หรือลูกหนี้และ/หรือธนาคารมีข้อต่อสู้ใดๆ กับผู้รับประโยชน์
รวมถึงข้อต่อสู้เกี่ยวกับความสมบูรณ์ ความถูกต้อง
และการมีผลใช้บังคับของข้อความในหนังสือค้ำประกัน หรือข้อต่อสู้ใดๆ
ตามกฎหมายให้ถือว่าเป็นสิทธิและดุลพินิจของธนาคารแต่เพียงผู้เดียวที่จะยกข้อต่อสู้ดังกล่าวขึ้นต่อสู้หรือไม่ก็ได้
โดยผู้ขอตกลงสละสิทธิที่จะโต้แย้งหรือต่อสู้ใดๆ
กับธนาคารด้วยเหตุที่ธนาคารไม่ยกข้อต่อสู้นั้น ทั้งนี้
เมื่อธนาคารได้ชำระเงินไปตามคำเรียกร้องของผู้รับประโยชน์ไม่ว่าจะชำระเต็มจำนวน
หรือบางส่วนไม่ว่าจะชำระดอกเบี้ยด้วยหรือไม่ก็ตาม
ผู้ขอตกลงชำระเงินคืนให้แก่ธนาคาร พร้อมด้วยค่าเสียหาย ค่าบริการ ค่าธรรมเนียม
ค่าใช้จ่าย และภาระหนี้ใดๆ
ของผู้ขอที่เกี่ยวกับหนังสือค้ำประกันนี้พร้อมดอกเบี้ยในอัตราสูงสุดที่ธนาคารประกาศและเรียกเก็บจากลูกค้าที่ปฏิบัติผิดเงื่อนไขคำนวณนับแต่วันที่ธนาคารได้ชำระเงินจนถึงวันที่ธนาคารได้รับชำระคืนเสร็จสิ้น
หากผู้ขอได้รับความเสียหายจากการถือปฏิบัติหรือการบังคับตามข้อตกลงนี้
ผู้ขอจะไปเรียกร้องว่ากล่าวเอากับผู้รับประโยชน์หรือบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องเป็นอีกเรื่องหนึ่งต่างหากโดยผู้ขอยอมสละสิทธิที่จะเรียกร้องใดๆ
จากธนาคารทั้งสิ้น
(7) ในกรณีที่ผู้ขอไม่ชำระค่าธรรมเนียม
ค่าบริการ ค่าใช้จ่าย และ/หรือภาระหนี้ใดๆ
ของผู้ขอตามคำขอฉบับนี้คืนให้แก่ธนาคารจนครบถ้วน
ผู้ขอยินยอมให้ธนาคารหักเงินจากบัญชีเงินฝากที่ระบุในคำขอให้ธนาคารออกหนังสือค้ำประกัน/หนังสือค้ำประกันทางอิเล็กทรอนิกส์ที่ผู้ขอลงนามไว้กับธนาคาร
หรือบัญชีเงินฝากหรือบัญชีเงินอื่นใดที่ผู้ขอมีอยู่กับธนาคาร
หรือหักกลบลบหนี้กับเงินใดๆ ที่ธนาคารพึงต้องชำระให้แก่ผู้ขอ เพื่อนำไปชำระค่าธรรมเนียม
ค่าบริการ ค่าใช้จ่าย และ/หรือภาระหนี้ใดๆ
ของผู้ขอที่ค้างชำระอยู่ตามคำขอฉบับนี้ทั้งหมดหรือแต่บางส่วนได้ทันทีตามที่ธนาคารเห็นสมควรโดยไม่ต้องแจ้งให้ผู้ขอทราบ
และในกรณีที่เงินในบัญชีเงินฝากทุกประเภทที่ผู้ขอมีอยู่กับธนาคารมีไม่เพียงพอให้หักชำระให้แก่ธนาคาร
หากบัญชีดังกล่าวเป็นบัญชีเงินฝากกระแสรายวันไม่ว่าจะมีสัญญาเบิกเงินเกินบัญชีผูกไว้หรือไม่ก็ตาม
เมื่อธนาคารได้หักเงินเกินบัญชีไปแล้ว ผู้ขอให้ถือว่าผู้ขอได้เบิกเงินเกินบัญชีและเป็นหนี้เงินที่ผู้ขอได้เบิกเงินเกินบัญชีไปจากธนาคาร
โดยผู้ขอยอมเสียดอกเบี้ยจากยอดเงินที่เบิกเกินบัญชีดังกล่าวให้แก่ธนาคารในอัตราดอกเบี้ยและวิธีการคิดดอกเบี้ยตามที่ระบุไว้ตามคำขอเปิดบัญชีเงินฝากกระแสรายวัน
หรือตามสัญญาเบิกเงินเกินบัญชี แล้วแต่กรณี
(8) กรณีที่ได้มีการมอบหลักประกันให้ไว้แก่ธนาคารเพื่อเป็นประกันการที่ธนาคารได้ออกหนังสือค้ำประกันทางอิเล็กทรอนิกส์ตามคำขอฉบับนี้
ผู้ขอตกลงและรับทราบว่าหากต่อไปภายหน้าธนาคารพิจารณาเห็นว่าหลักประกันที่ได้มอบให้ไว้แก่ธนาคารมีมูลค่าลดลงไม่ครอบคลุมวงเงินความรับผิด
หรือภาระหนี้ทั้งหมดที่ผู้ขอมีกับธนาคาร
เนื่องจากการลดของราคาประเมินทรัพย์สินที่เป็นประกันก็ดี
หรือการที่ธนาคารได้ยินยอมให้ปลดหลักประกันบางส่วนก็ดี
ผู้ขอตกลงนำทรัพย์สินอื่นที่ได้รับความเห็นชอบจากธนาคารมาวางเป็นหลักประกันเพิ่มเติมเพื่อให้เพียงพอสำหรับการชำระหนี้ทั้งหมดให้แก่ธนาคารตามที่ธนาคารได้แจ้งให้ผู้ขอทราบ
(9)
กรณีดังต่อไปนี้ ผู้ขอตกลงยินยอมให้ธนาคารมีสิทธิที่จะระงับ
และ/หรือเปลี่ยนแปลง และ/หรือยกเลิกการให้บริการออกหนังสือ
ค้ำประกันทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ไม่ว่าทั้งหมด
หรือบางส่วนเมื่อใดก็ได้ตามที่ธนาคารเห็นสมควร โดยธนาคารจะแจ้งให้ผู้ขอทราบ ทั้งนี้
ผู้ขอตกลงยอมรับว่าธนาคารไม่ต้องรับผิดชอบในความเสียหายใดๆ
ที่เกิดจากการดำเนินการตามข้อนี้
(9.1.1) ข้อมูล
รายละเอียด คำรับรองหรือคำยืนยันใดๆ ที่ผู้ขอให้ไว้แก่ธนาคารไม่เป็นความจริง
ไม่ถูกต้อง หรืออาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในสาระสำคัญ
(9.1.2) ผู้ขอปฏิบัติผิดข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับนี้ไม่ว่าข้อหนึ่งข้อใด
ซึ่งรวมถึงการไม่ชำระค่าธรรมเนียม ค่าบริการ ค่าใช้จ่าย ค่าปรับ ค่าภาษีอากร
และภาระหนี้ใดๆ ที่เกิดขึ้นตามคำขอฉบับนี้ด้วย
(9.1.3) ผู้ขอมีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้น
หรืออาจเกิดขึ้นอันทำให้ธนาคารเห็นว่าจะมีผลกระทบต่อการดำเนินกิจการ
หรือความสามารถในการชำระหนี้ของผู้ขอ หรือผู้ขอเสียชีวิต
(กรณีผู้ขอเป็นบุคคลธรรมดา) หรือผู้บริหารของผู้ขอเสียชีวิต
(กรณีผู้ขอเป็นนิติบุคคล) หรือผู้ขอเลิกกิจการ ผู้ขอถูกร้องขอให้ฟื้นฟูกิจการ
ถูกฟ้องล้มละลาย ถูกพิทักษ์ทรัพย์ ถูกเพิกถอนทะเบียน
หรือถูกระงับไม่ให้ดำเนินธุรกิจ หรือมีการชำระบัญชี
(9.1.4) ธนาคารไม่สามารถหักเงินเพื่อดำเนินการตามข้อกำหนดและเงื่อนไขของคำขอฉบับนี้
(9.1.5) ธนาคารต้องปฏิบัติตามกฏหมาย
ระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำสั่ง และ/หรือการขอความร่วมมือของศาล
หรือผู้มีอำนาจตามกฏหมาย หรือหน่วยงานที่กำกับดูแลธนาคาร
(10) ผู้ขอตกลงยินยอมให้ธนาคารโอนสิทธิและหน้าที่ตามคำขอฉบับนี้
รวมทั้งโอนสิทธิจำนอง จำนำ ค้ำประกัน หรือสิทธิในหลักประกันอื่นใดไม่ว่าทั้งหมด
หรือแต่
บางส่วนให้แก่บุคคลอื่นเมื่อใดก็ได้ตามที่ธนาคารเห็นสมควร
โดยธนาคารเพียงแต่บอกกล่าวให้ผู้ขอทราบ
(11) ผู้ขอตกลงยินยอมให้ธนาคารเก็บ
รวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตลอดจนข้อมูลอื่นๆ ของผู้ขอตามคำขอฉบับนี้
สัญญาหลักประกัน
หรือเอกสารที่เกี่ยวข้องตามคำขอฉบับนี้ให้แก่ผู้รับโอนสิทธิของธนาคาร
หรือบุคคลอื่นได้ตามที่ธนาคารเห็นสมควร หรือเห็นว่าจะเป็นประโยชน์แก่ผู้ขอในการที่จะได้รับข้อเสนอเกี่ยวกับสินเชื่อหรือบริการต่างๆ
(12) ผู้ขอตกลงผูกพันตามข้อกำหนดและเงื่อนไขของคำขอฉบับนี้ทุกประการ
และตกลงยินยอมให้ถือว่าภาระหนี้สินอันเกิดจากการขอให้ธนาคารออกหนังสือค้ำประกันทางอิเล็กทรอนิกส์ตามคำขอฉบับนี้เป็นภาระหนี้สินที่ผู้ขอจะต้องรับผิดต่อธนาคารจนกว่าธนาคารจะได้รับชำระหนี้จนเสร็จสิ้น
(13) บรรดาหนังสือติดต่อ
ทวงถาม
และ/หรือหนังสือบอกกล่าวทั้งหลายที่ส่งให้แก่ผู้ขอเพื่อปฏิบัติตามสัญญาหรือบอกกล่าวบังคับจำนอง
หรือเพื่อบังคับชำระหนี้เอาจากหลักประกัน (ถ้ามี)
ไม่ว่าจะส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนหรือไม่ลงทะเบียน หรือนำส่งโดยบุคคลใด
ถ้าหากได้ส่งไปยังสถานที่อยู่ของผู้ขอตามที่ระบุไว้ในคำขอฉบับนี้
ไม่ว่าที่อยู่ดังกล่าวได้มีการเปลี่ยนแปลงไปหรือถูกรื้อถอนไป
โดยผู้ขอไม่ได้แจ้งการเปลี่ยนแปลงหรือการรื้อถอนนั้นเป็นหนังสือต่อธนาคารก็ดี
หรือส่งให้ไม่ได้เพราะหาสถานที่อยู่ที่ระบุไว้ข้างต้นนั้นไม่พบก็ดี ให้ถือว่าผู้ขอได้รับและทราบหนังสือติดต่อ
ทวงถาม และ/หรือหนังสือบอกกล่าวของธนาคารแล้วโดยชอบ
2.
การออกหนังสือค้ำประกันทางอิเล็กทรอนิกส์ต่อหน่วยงานภาครัฐ
ผ่านระบบ e-Government Procurement (“ระบบ e-GP”)
กรณีที่ผู้ขอได้ขอให้ธนาคารออกหนังสือค้ำประกันทางอิเล็กทรอนิกส์เพื่อวางค้ำประกันไว้ต่อส่วนราชการ
องค์กรมหาชน และหน่วยงานอื่นของรัฐ (“หน่วยงานภาครัฐ”) ที่ดำเนินการภายใต้ระบบ
e-GP รวมทั้งเป็นผู้ให้บริการรับเงินค่าซื้อเอกสารประกวดราคาทางอิเล็กทรอนิกส์ของผู้ขอที่ได้ทำรายการผ่านระบบ
e-GP นอกจากผู้ขอต้องผูกพันตามข้อกำหนดและเงื่อนไขดังกล่าวในข้อ
1. แล้ว
ผู้ขอตกลงผูกพันและปฏิบัติตามข้อกำหนดและเงื่อนไขดังต่อไปนี้ด้วย
(1)
ผู้ขอรับทราบและตกลงยอมรับว่า
ธนาคารได้เข้าทำบันทึกข้อตกลงการให้บริการออกหนังสือค้ำประกันทางอิเล็กทรอนิกส์ (ซึ่งอาจมีการแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงในอนาคต)
กับกรมบัญชีกลางเกี่ยวกับการดำเนินการเพื่อให้บริการในการวางหนังสือค้ำประกันภาครัฐ
ด้วยระบบ e-GP ต่อหน่วยงานภาครัฐ
ตามวิธีการและเงื่อนไขที่กรมบัญชีกลางและ/หรือหน่วยงานภาครัฐกำหนด
(2) ในการออกหรือวางหนังสือค้ำประกันต่อหน่วยงานภาครัฐ
ผู้ขอมีความประสงค์ให้ธนาคารออก หรือวางหนังสือค้ำประกัน โดยผ่านระบบ e-GP
เพื่อค้ำประกันการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์แก่หน่วยงานภาครัฐ
โดยมีจำนวนเงินค้ำประกัน กำหนดระยะเวลาการค้ำประกัน และรายละเอียดอื่นๆ
ตามที่ผู้ขอระบุในระบบ e-GP
(3) ผู้ขอรับทราบและตกลงว่าธนาคารมีดุลพินิจในการออกหรือวางหนังสือค้ำประกันให้แก่หน่วยงานภาครัฐไม่ว่าด้านรูปแบบ
และ/หรือวัตถุประสงค์ในการออกหรือวางหนังสือค้ำประกัน
รวมทั้งสามารถเปลี่ยนแปลงประเภทหนังสือค้ำประกันได้
โดยพิจารณาจากข้อมูลที่ได้รับจากระบบ e-GP
ได้ทันทีตลอดระยะเวลาที่บันทึกข้อตกลงระหว่างธนาคารและกรมบัญชีกลางใช้บังคับ
โดยที่ผู้ขอไม่จำเป็นต้องแจ้งความประสงค์ขอให้ธนาคารออกหรือวางหนังสือค้ำประกันทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบ
e-GP อีกในแต่ละครั้ง
และธนาคารไม่มีหน้าที่แจ้งการออกหรือวางหนังสือค้ำประกันให้แก่ผู้ขอในแต่ละครั้งเช่นกัน
และผู้ขอไม่มีสิทธิปฏิเสธความรับผิดภายใต้หนังสือค้ำประกันที่ธนาคารออกหรือวางให้แก่หน่วยงานภาครัฐ
(4) ผู้ขอรับทราบและตกลงว่าหนังสือค้ำประกันที่ธนาคารออกหรือวางให้แก่หน่วยงานภาครัฐนั้นจะอยู่ในรูปแบบข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์
โดยเมื่อธนาคารได้พิจารณาข้อมูลรายการของผู้ขอจากระบบ e-GP
และยอมรับเข้าเป็นผู้ค้ำประกันให้แก่ผู้ขอแล้ว ธนาคารจะดำเนินการแจ้งการออก
หรือวางหนังสือค้ำประกัน พร้อมลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ของธนาคาร
และส่งข้อมูลเข้าสู่ระบบ e-GP
โดยผู้ขอตกลงว่าหนังสือค้ำประกันที่ธนาคารออกหรือวางต่อหน่วยงานภาครัฐทุกฉบับและทุกจำนวนนั้น
ผู้ขอมีหน้าที่รับผิดชดใช้ให้แก่ธนาคารจนครบถ้วน
(5)
ในกรณีที่ธนาคารออกหรือวางหนังสือค้ำประกันทางอิเล็กทรอนิกส์แบบไม่มีกำหนดระยะเวลา
ผู้ขอจะมีความผูกพันตลอดไปจนกว่าหน่วยงานภาครัฐมีหนังสือ
หรือดำเนินการแจ้งผ่านระบบ e-GP
เพื่อแสดงการยกเลิกภาระการค้ำประกัน และ/หรือความผูกพันตาม
หนังสือค้ำประกันให้กับธนาคารจึงจะถือว่าภาระการค้ำประกันตามหนังสือค้ำประกันสิ้นสุด
ดังนั้น
ผู้ขอจะชำระค่าธรรมเนียมในการออกหนังสือค้ำประกันให้แก่ธนาคารในอัตราตามที่ธนาคารกำหนดเรื่อยๆ
ไปจนกว่าธนาคารจะพ้นจากภาระผูกตามหนังสือค้ำประกันตามที่กล่าว ทั้งนี้
โดยยินยอมให้ธนาคารหักเงินจากบัญชีเงินฝากที่ผู้ขอมีอยู่กับธนาคารเพื่อชำระค่าธรรมเนียมการออกหนังสือค้ำประกันและ/หรือค่าธรรมเนียมความผูกพันในการที่หนังสือค้ำประกันยังมีผลต่อไปจนกว่าหน่วยงานภาครัฐจะมีหนังสือหรือดำเนินการแจ้งธนาคารผ่านระบบ
e-GP
ว่าธนาคารหมดภาระผูกพันความรับผิดตามหนังสือค้ำประกันนั้นๆ แล้ว
3.
การออกหนังสือค้ำประกันทางอิเล็กทรอนิกส์ต่อกรมศุลกากร ผ่านระบบ
Thai Customs Electronic System
กรณีที่ผู้ขอได้ขอให้ธนาคารออกหนังสือค้ำประกันทางอิเล็กทรอนิกส์เพื่อวางค้ำประกันค่าภาษีอากรตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร
ตลอดจนค่าภาษี ค่าอากร ค่าธรรมเนียมตามกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง ค่าภาษีอากรเพิ่ม
เบี้ยปรับ และหนี้อุปกรณ์อื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับการชำระค่าภาษี และรายได้อื่นๆ
ที่กฏหมายเรียกเก็บพร้อมกับค่าอากรตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร (“ค่าภาษีอากร”) ของผู้ขอ
และ/หรือลูกหนี้ไว้ต่อกรมศุลกากร
นอกจากผู้ขอต้องผูกพันตามข้อกำหนดและเงื่อนไขดังกล่าวในข้อ 1. แล้ว
ผู้ขอตกลงผูกพันและปฏิบัติตามข้อกำหนดและเงื่อนไขดังต่อไปนี้ด้วย
(1) ผู้ขอรับทราบและตกลงยอมรับว่า
ธนาคารได้เข้าทำบันทึกข้อตกลงการให้บริการออกหนังสือค้ำประกันทางอิเล็กทรอนิกส์
(ซึ่งอาจมีการแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงในอนาคต)
กับกรมศุลกากรเกี่ยวกับการดำเนินการเพื่อให้บริการในการวางหนังสือค้ำประกันค่าภาษีอากรของผู้ขอและ/หรือลูกหนี้ในการที่เป็นผู้นำเข้าสินค้า
และส่งออกสินค้า ต่อกรมศุลกากรผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของกรมศุลกากร (Thai
Customs Electronic System)
ตามวิธีการและเงื่อนไขที่กรมศุลกากรกำหนด
(2) ในการออกหรือวางหนังสือค้ำประกันทางอิเล็กทรอนิกส์ต่อกรมศุลการ
ผู้ขอมีความประสงค์ให้ธนาคารออกหรือวางหนังสือค้ำประกันโดยผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของกรมศุลกากร
(Thai Customs Electronic System)
เพื่อค้ำประกันภาระค่าภาษีอากรที่อาจจะต้องชำระ หรือชำระเพิ่มแก่กรมศุลกากร
โดยไม่มีกำหนดระยะเวลานับตั้งแต่วันที่ธนาคารแจ้งการออกหรือวางหนังสือค้ำประกันเข้าสู่ระบบอิเล็กทรอนิกส์ของกรมศุลกากร
(Thai Customs Electronic System) เป็นต้นไป
(3)
ผู้ขอรับทราบและตกลงว่าธนาคารมีดุลพินิจในการออกหรือวางหนังสือค้ำประกันให้แก่กรมศุลกากร
โดยพิจารณาจากข้อมูลที่ได้รับจากกรมศุลกากรได้ทันทีตลอดระยะเวลาที่บันทึกข้อตกลงระหว่างธนาคารและกรมศุลกากรใช้บังคับ
โดยที่ผู้ขอไม่จำเป็นต้องแจ้งความประสงค์ขอให้ธนาคารออก หรือวางหนังสือค้ำประกันค่าภาษีอากรอีกในแต่ละครั้ง
และธนาคารไม่มีหน้าที่แจ้งการออก
หรือวางหนังสือค้ำประกันให้แก่ผู้ขอในแต่ละครั้งเช่นกัน
และผู้ขอไม่มีสิทธิปฏิเสธความรับผิดภายใต้หนังสือค้ำประกันที่ธนาคารออกหรือวางให้แก่กรมศุลกากร
(4) ผู้ขอรับทราบและตกลงว่าหนังสือค้ำประกันที่ธนาคารออกหรือวางให้แก่กรมศุลกากรนั้นจะอยู่ในรูปแบบข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์
โดยเมื่อธนาคารได้พิจารณาข้อมูลรายการของผู้ขอที่ได้รับจากกรมศุลกากร
และยอมรับเข้าเป็นผู้ค้ำประกันให้แก่ผู้ขอแล้ว ธนาคารจะดำเนินการแจ้งการออกหรือวางหนังสือค้ำประกัน
พร้อมลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ของธนาคาร
และส่งข้อมูลเข้าสู่ระบบอิเล็กทรอนิกส์ของกรมศุลกากร (Thai Customs
Electronic System)
โดยผู้ขอตกลงว่าหนังสือค้ำประกันที่ธนาคารออกหรือวางต่อกรมศุลกากรทุกฉบับและทุกจำนวนนั้น
ผู้ขอมีหน้าที่รับผิดชดใช้ให้แก่ธนาคารจนครบถ้วน
(5)
เนื่องจากกรมศุลการกรได้วางระเบียบในการรับหนังสือค้ำประกันว่า
หนังสือค้ำประกันของธนาคารจะต้องไม่มีกำหนดระยะเวลาครบกำหนด ดังนั้น
ในกรณีที่ธนาคารออกหรือวางหนังสือค้ำประกันทางอิเล็กทรอนิกส์แบบไม่มีกำหนดระยะเวลา
ผู้ขอจะมีความผูกพันตลอดไปจนกว่ากรมศุลกากรมีหนังสือหรือดำเนินการแจ้งผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของกรมศุลกากร
(Thai Customs Electronic System)
เพื่อแสดงการยกเลิกภาระการค้ำประกันและ/หรือความผูกพันตามหนังสือค้ำประกันให้กับธนาคารจึงจะถือว่าภาระการค้ำประกันตามหนังสือค้ำประกันสิ้นสุด
ดังนั้น ผู้ขอจะชำระค่าธรรมเนียมในการออกหนังสือค้ำประกันให้แก่ธนาคารในอัตราตามที่ธนาคารกำหนดเรื่อยๆ
ไปจนกว่าธนาคารจะพ้นจากภาระผูกตามหนังสือค้ำประกันตามที่กล่าว ทั้งนี้
โดยยินยอมให้ธนาคารหักเงินจากบัญชีเงินฝากที่ผู้ขอมีอยู่กับธนาคารเพื่อชำระค่าธรรมเนียมการออกหนังสือค้ำประกันและ/หรือค่าธรรมเนียมความผูกพันในการที่หนังสือค้ำประกันยังมีผลต่อไปจนกว่ากรมศุลการจะมีหนังสือ
หรือดำเนินการแจ้งธนาคารผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของกรมศุลกากร (Thai Customs
Electronic System)
ว่าธนาคารหมดภาระผูกพันความรับผิดตามหนังสือค้ำประกันนั้นๆ แล้ว
การใช้บริการ Krungsri Cashless Chain
1. ผู้ใช้บริการจะต้องยื่นคำขอใช้บริการ
Krungsri
Cashless Chain
พร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้องตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ธนาคารกำหนด
2. ผู้ใช้บริการจะสามารถใช้บริการนี้ได้ก็ต่อเมื่อธนาคารได้ทำการผูกบัญชีของผู้ใช้บริการกับบัญชีคู่ค้าของผู้ใช้บริการ
และได้ทำการลงทะเบียนข้อมูลผู้ใช้บริการและคู่ค้าของผู้ใช้บริการในระบบของธนาคารเรียบร้อยแล้ว
3. ผู้ใช้บริการรับทราบว่า
การขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อมูลหรือรายละเอียดใดๆ ตลอดจนยกเลิกการใช้บริการ Krungsri Cashless Chain
จะมีผลต่อเมื่อผู้ใช้บริการดำเนินการตามวิธีการที่ธนาคารกำหนด
และธนาคารได้ดำเนินการแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อมูลในระบบของธนาคารเรียบร้อยแล้ว
4. เงื่อนไขการใช้บริการในกรณีผู้ใช้บริการเป็นผู้โอนเงิน
(1)
ผู้ใช้บริการสามารถทำรายการโอนเงินออกจากบัญชีได้เฉพาะบัญชีออมทรัพย์และบัญชีกระแสรายวัน
(2)
ผู้ใช้บริการต้องแสดง QR Code เพื่อให้ผู้รับเงินสามารถแจ้งรายการเรียกเก็บเงินไปยังผู้ชำระเงินได้โดยการสแกน
QR Code โดยธนาคารไม่มีหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลดังกล่าว
(3)
ผู้ใช้บริการสามารถทำรายการชำระสินค้าและบริการได้ไม่เกิน 5,000,000 บาท/วัน หรือภายในวงเงินสินเชื่อเบิกเงินเกินบัญชีที่ธนาคารอนุมัติ
(4)
ในกรณีที่ผู้ใช้บริการได้รับแจ้งรายการเรียกเก็บเงิน
ผู้ใช้บริการสามารถทำการชำระเงิน หรือจะไม่ดำเนินการใดๆ ก็ได้
โดยธนาคารไม่มีส่วนเกี่ยวข้องและไม่ต้องรับผิดชอบกับการดำเนินการหรือไม่ดำเนินการของผู้ใช้บริการ
และในกรณีที่มีข้อความในรายการเรียกเก็บเงินทำให้ผู้ใช้บริการได้รับความเสียหาย
ผู้ใช้บริการจะไม่เรียกร้องให้ธนาคารต้องร่วมรับผิดชอบแต่อย่างใด ทั้งนี้
ผู้ใช้บริการตกลงและรับทราบว่า
ธนาคารเป็นเพียงผู้ให้บริการช่องทางการส่งรายการเรียกเก็บเงินเท่านั้น
โดยธนาคารไม่ได้เป็นตัวแทนเรียกเก็บเงินหรือตัวแทนทวงถามหนี้ให้แก่ผู้ใช้บริการ
(5)
ผู้ใช้บริการยินยอมให้ธนาคารติดต่อสอบถาม
และ/หรือเปิดเผยรายละเอียดและข้อมูลการใช้บริการของผู้ใช้บริการกับธนาคาร ต่อบุคคล
และ/หรือนิติบุคคลใดๆ
ได้ตามความจำเป็นและเหมาะสมโดยธนาคารไม่ต้องขออนุญาตหรือได้รับความยินยอมจากผู้ใช้บริการแต่อย่างใด
ทั้งนี้ ให้ถือว่าความยินยอมนี้มีผลใช้บังคับตลอดไปแม้ว่าผู้ใช้บริการจะมิได้ใช้บริการ
Krungsri
Cashless Chain หรือมิได้ใช้บริการใดๆ กับธนาคารแล้วก็ตาม
และจะไม่เรียกร้องให้ธนาคารต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการเปิดเผยรายละเอียดและข้อมูลดังกล่าวแต่อย่างใดทั้งสิ้น
5. เงื่อนไขการใช้บริการในกรณีผู้ใช้บริการเป็นผู้รับเงิน
(1)
ผู้ใช้บริการรับทราบว่า
ผู้ใช้บริการจะเป็นผู้แจ้งรายการเรียกเก็บเงินให้ผู้ชำระเงินทราบ
และข้อความที่ประสงค์จะส่งถึงผู้ชำระเงิน (ถ้ามี)
และเมื่อผู้ใช้บริการได้ส่งรายการเรียกเก็บเงินไปยังผู้ชำระเงินแล้ว
ผู้ใช้บริการจะไม่สามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการดังกล่าวได้ ผู้ใช้บริการรับทราบว่า
ธนาคารมิได้มีส่วนเกี่ยวข้องหรือมีความผูกพันด้วยไม่ว่ากรณีใดๆ ดังนั้น
หากมีการคืนหรือยกเลิกสินค้าหรือบริการหลังจากที่ผู้ชำระเงินได้ชำระเงินหรือโอนเงินให้แก่ผู้ใช้บริการเรียบร้อยแล้ว
ผู้ใช้บริการตกลงจะคืนเงินค่าสินค้าหรือบริการดังกล่าวให้แก่ผู้ชำระเงินเอง
โดยธนาคารไม่ต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายใดๆ
ที่เกิดขึ้นจากการดำเนินการดังกล่าวข้างต้น
(2)
ผู้ใช้บริการรับรองว่า
ผู้ใช้บริการเป็นผู้มีสิทธิได้รับเงินตามที่ระบุในรายการเรียกเก็บเงิน
และในการส่งรายการเรียกเก็บเงินไปยังผู้ชำระเงิน ผู้ใช้บริการจะใช้ข้อความที่สุภาพ
ไม่ผิดกฎหมายและไม่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ชำระเงิน
หากผู้ใช้บริการส่งรายการเรียกเก็บเงินไปยังผู้ชำระเงินแล้วทำให้ธนาคาร
ผู้ชำระเงิน หรือบุคคลอื่นใดได้รับความเสียหาย
ผู้ใช้บริการตกลงรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายให้แก่บุคคลนั้น
โดยจะไม่เรียกร้องให้ธนาคารต้องร่วมรับผิดชอบแต่อย่างใด
(3)
ผู้ใช้บริการตกลงชำระค่าบริการและค่าใช้จ่ายต่างๆ
ที่เกี่ยวกับการใช้บริการนี้ให้แก่ธนาคารตามอัตราที่ธนาคารประกาศกำหนด
โดยยินยอมให้ธนาคารหักเงินจากบัญชีเงินฝากที่ผู้ใช้บริการสมัครใช้บริการ Krungsri Cashless
Chain หรือบัญชีเงินฝากอื่นใดที่ผู้ใช้บริการมีอยู่กับธนาคารได้
การใช้บริการเกี่ยวกับวงเงินสินเชื่อหมุนเวียนระยะสั้น (Revolving Short-Term
Loan)
1.
ผู้ใช้บริการที่เป็นบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลที่มีวงเงินสินเชื่อหมุนเวียนระยะสั้นอยู่กับธนาคาร
สามารถใช้บริการกรุงศรี บิซ ออนไลน์
เพื่อการดำเนินการเกี่ยวกับบัญชีสินเชื่อหมุนเวียนระยะสั้นที่ผู้ใช้บริการลงทะเบียนเลขที่บัญชีสินเชื่อไว้ในระบบกรุงศรี
บิซ ออนไลน์ รวมถึงแต่ไม่จำกัดเฉพาะ การเรียกดูข้อมูลวงเงินสินเชื่อ
การเบิกใช้สินเชื่อ การต่ออายุวงเงินสินเชื่อ การชำระคืนวงเงินสินเชื่อ
การชำระดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม ค่าใช้จ่าย
หรือเงินอื่นใดที่ลูกค้าต้องชำระแก่ธนาคาร ตามขั้นตอนและวิธีการที่ธนาคารกำหนด
ทั้งนี้ โดยอยู่ภายใต้ข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้วงเงินสินเชื่อที่ระบุในสัญญาการใช้วงเงินสินเชื่อที่ผู้ใช้บริการมีอยู่กับธนาคาร
ตลอดจนระเบียบ หลักเกณฑ์ และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการใช้วงเงินสินเชื่อของธนาคาร
2.
เพื่อประโยชน์ในการใช้บริการนี้
ผู้ใช้บริการอาจมอบหมายให้ผู้บริหารระบบ (Business Admin) หรือผู้ใช้งานระบบ (User) เป็นผู้ดำเนินการใช้บริการผ่านระบบกรุงศรี บิซ ออนไลน์
แทนผู้ใช้บริการได้ โดยผู้บริหารระบบ (Business Admin)
อาจมอบหมายให้ผู้ใช้งานระบบ (User) ดำเนินการต่างๆ
ที่ระบุไว้ในข้อ 1 ข้างต้นแทนผู้ใช้บริการ
โดยผู้ใช้บริการตกลงยินยอมรับผิดชอบในการกระทำของผู้ที่ได้รับมอบหมายดังกล่าวเสมือนหนึ่งว่าผู้ใช้บริการเป็นผู้กระทำด้วยตนเอง
3.
ผู้ใช้บริการจะต้องนำส่งเอกสารหลักฐานประกอบการเบิกใช้หรือต่ออายุวงเงินสินเชื่อตามที่ธนาคารกำหนดเพื่อให้ธนาคารทำการตรวจสอบก่อนการพิจารณาอนุมัติ
หากข้อมูลที่ธนาคารได้รับไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน
ธนาคารมีสิทธิปฏิเสธการให้เบิกใช้หรือต่ออายุสินเชื่อได้ ทั้งนี้ การพิจารณาอนุมัติให้เบิกใช้หรือต่ออายุวงเงินสินเชื่อเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารกำหนด
4.
ผู้ใช้บริการรับทราบว่าการใช้บริการเกี่ยวกับวงเงินสินเชื่อหมุนเวียนระยะสั้นผ่านระบบกรุงศรี
บิซ ออนไลน์
ไม่ว่ากระทำโดยผู้ใช้บริการหรือบุคคลที่ผู้ใช้บริการมอบหมายให้ดำเนินการแทน
และให้ถือว่าผู้ใช้บริการได้ลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ให้แก่ธนาคารเพื่อเป็นหลักฐานในการทำรายการ
และตกลงให้ธนาคารสามารถใช้ข้อมูลดังกล่าวเป็นต้นฉบับเอกสารที่ใช้เป็นพยานหลักฐานในการพิสูจน์ว่า
ผู้ใช้บริการเป็นผู้ทำรายการนั้นและมีผลผูกพันตามกฎหมายกับผู้ใช้บริการ